ถาม-ตอบเกี่ยวกับ สาเหตุที่ติดหวาน คืออะไร

สาเหตุที่ติดหวาน คืออะไร

สาเหตุที่ติดหวาน คืออะไร การติดหวาน มันเกิดจากหลายอย่างผสมกันเลย ไม่ได้มีสาเหตุเดียว สมองเราถูกฝึกให้ชอบความหวานมาตั้งแต่เด็ก เพราะน้ำตาลไปกระตุ้นสาร “โดปามีน” ในสมอง ที่เป็นสารแห่งความสุข พอกินหวานปุ๊บ สมองก็ฟินปั๊บ แล้วก็อยากกินซ้ำอีกเรื่อยๆ เหมือนกับกลไกที่ทำให้คนติดของบางอย่างเลย

กินหวานแล้วทำไมสมองถึงสั่งให้อยากกินอีก?

เวลาเรากินของหวาน ร่างกายจะหลั่งโดปามีนออกมาเยอะ ทำให้เรารู้สึกดี รู้สึกผ่อนคลาย พอเวลาผ่านไปสารนี้มันลดลง สมองก็จะเริ่มโหยหาความรู้สึกดีแบบเดิมอีก เลยทำให้เราอยากกินหวานซ้ำๆ วนลูปแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นนิสัย

ความเครียดเกี่ยวอะไรกับการติดหวาน?

เกี่ยวข้องเยอะเลย เวลาเราเครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลออกมา ฮอร์โมนตัวนี้ทำให้เราอยากกินของหวานหรือของที่ให้พลังงานสูงมากขึ้น เพราะร่างกายพยายามหาอะไรมาช่วยให้รู้สึกดีขึ้นเร็วๆ นั่นเลยเป็นเหตุผลว่าทำไมพอเครียดทีไร มือก็ล้วงหาขนมหวานทุกที

นอนน้อยทำให้ติดหวานได้จริงเหรอ?

ทำให้ติดหวานได้จริง พอเรานอนไม่พอ ฮอร์โมนที่ควบคุมความหิว กับฮอร์โมนที่บอกว่าอิ่มแล้ว จะเสียสมดุล ทำให้รู้สึกหิวง่ายขึ้น แถมยังอยากกินอาหารที่ให้พลังงานเร็วๆ อย่างของหวานเป็นพิเศษ เพราะร่างกายต้องการพลังงาน มาชดเชยความเหนื่อยล้าจากการนอนไม่พอ

เราควรกินน้ำตาลไม่เกินวันละเท่าไหร่?

สาเหตุที่ติดหวาน คืออะไร

องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำว่าควรกินน้ำตาลไม่เกินวันละ 6 ช้อนชา และต้องคอยระวังพวกแป้ง โซเดียม ไขมัน และแอลกอฮอล์ด้วย เพราะถ้ากินเยอะเกินไปอาจจะทำให้ป่วยเป็นโรคได้ ถ้ารู้สึกเครียด ก็ควรแก้ปัญหาที่ต้นเหตุด้วยการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ หรือลองไปออกกำลังกายดู สุขภาพจะได้ดีขึ้น (14 ธันวาคม 2022) [1]

ภาวะน้ำตาลในเลือดลดลง มักเกิดขึ้นช่วงเวลาใด?

จากการศึกษาคนกว่า 1,000 คน โดยให้ใส่เครื่องตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดติดตัวไว้ตลอด 2 สัปดาห์ เพื่อดูผลของน้ำตาลต่อความหิวในอีก 2 ถึง 3 ชั่วโมง พบว่าภาวะน้ำตาลในเลือดลดลง มักเกิดขึ้นหลังจากที่น้ำตาลพุ่งสูงขึ้นอย่างมากหลังมื้ออาหาร และยิ่งน้ำตาลเพิ่มสูงมากเท่าไร ภาวะน้ำตาลลดลงก็จะยิ่งรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น (30 กันยายน 2022) [2]

สามารถอ่านข้อมูลเกี่ยวกับ เครื่องวัดน้ำตาลในเลือด เพิ่มเติมได้ที่ diabetes.ascensia

อารมณ์กับการติดหวานเกี่ยวข้องกันยังไง?

หลายคนใช้ของหวานเป็นตัวปลอบใจตัวเองเวลาเศร้า เหงา หรือเบื่อ เพราะความหวานให้ความรู้สึกดีในทันที เลยกลายเป็นพฤติกรรมที่เรียกว่า “emotional eating” คือกินเพราะอารมณ์ ไม่ใช่เพราะหิวจริงๆ ยิ่งทำบ่อยสมองก็ยิ่งจำว่า เศร้าเท่ากับต้องกินหวาน แล้วก็ติดเป็นนิสัยไปเลย

อาหารแปรรูป มีส่วนทำให้ติดหวานมากขึ้นไหม?

มีส่วนเยอะเลย เพราะอาหารแปรรูปสมัยนี้แอบใส่น้ำตาลเยอะมาก แม้แต่ของที่ไม่หวานอย่างซอส น้ำสลัด หรือขนมปัง ก็มีน้ำตาลแฝงอยู่ พอเรากินของพวกนี้บ่อยๆ ร่างกายก็รับน้ำตาลสะสมเยอะขึ้นเรื่อยๆ จนติดหวานโดยไม่รู้ตัว

พันธุกรรมมีผลต่อการติดหวานไหม?

มีผลเหมือนกัน งานวิจัยพบว่าบางคนมียีนที่ทำให้ไวต่อความหวานมากกว่าคนอื่น หรือมีความไวต่อโดปามีนต่างกัน ทำให้บางคนควบคุมความอยากหวานได้ยากกว่าคนทั่วไป แต่ถึงจะมีปัจจัยด้านพันธุกรรม พฤติกรรมการกินก็ยังปรับเปลี่ยนได้อยู่ดี

จะรู้ได้ยังไงว่าตัวเองติดหวานแล้ว?

สังเกตง่ายๆ เลย ถ้ารู้สึกหงุดหงิด อารมณ์เสีย หรือปวดหัวเวลาไม่ได้กินหวาน อยากกินของหวานทุกวันแบบขาดไม่ได้ หรือกินหวานไปแล้วก็ยังไม่รู้สึกพอ นั่นแหละคือสัญญาณว่าเริ่มติดหวานแล้ว

สรุปสาเหตุที่ทำให้อยากกินของหวานบ่อย

สาเหตุไม่ได้เกิดจากแค่ความชอบอย่างเดียว แต่มีหลายปัจจัย ทั้งการกินหวานเป็นประจำจนร่างกายเคยชิน ความเครียด การนอนน้อย การอดอาหาร หรือกินมื้อหลักไม่อิ่ม รวมถึงฮอร์โมนและพฤติกรรมในชีวิตประจำวันก็มีผลเหมือนกัน ถ้าค่อยๆ ลดน้ำตาล กินให้ครบมื้อ และพักผ่อนให้พอ ก็จะช่วยลดความอยากหวานได้มากขึ้นในระยะยาว

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง