สารอาหารสำคัญ ขาดวิตามิน D ทำให้ผมร่วงจริงไหม

ขาดวิตามิน D ทำให้ผมร่วงจริงไหม

ขาดวิตามิน D ทำให้ผมร่วงจริงไหม มีความเป็นไปได้ เพราะวิตามิน D เป็นสารอาหารที่เกี่ยวกับการทำงานของรากผม และวงจรการเจริญเติบโตของเส้นผม หากร่างกายได้รับวิตามิน D ไม่เพียงพอ อาจส่งผลให้เส้นผมอ่อนแอ หลุดร่วงง่ายขึ้นได้

  • การค้นพบวิตามิน D
  • ประโยชน์ของ Vitamin D
  • อาหารที่มี Vitamin D สูง

การค้นพบ ความเป็นมาของวิตามิน D

ในปี 1899 ศัลยแพทย์ชาวลอนดอนชื่อ John Bland-Sutton ได้ตรวจสอบสาเหตุการตายของลูกสิงโตในสวนสัตว์ลอนดอน ที่มีอาการคล้ายโรคกระดูกอ่อน ก่อนจะแนะนำให้ปรับอาหาร และเสริม น้ำมันตับปลา ซึ่งช่วยแก้ปัญหาได้ เหตุการณ์นี้ทำให้นักวิจัยเริ่มใช้สัตว์ทดลองเพื่อศึกษาสาเหตุของโรค

ต่อมาในปี 1914 นักวิจัยชาวอเมริกัน Elmer McCollum และ Marguerite Davis พบสารสำคัญในน้ำมันตับปลา และการทดลองเพิ่มเติมในปี 1922 ทำให้ทราบว่าสารที่ช่วยรักษาโรคกระดูกอ่อนไม่ใช่วิตามิน A แต่เป็นวิตามินชนิดใหม่ จึงตั้งชื่อว่า วิตามิน D ซึ่งเป็นวิตามินลำดับที่สี่ที่ถูกค้นพบ

งานวิจัยเกี่ยวกับวิตามิน D พัฒนามาเรื่อยๆ ในปี 1928 Adolf Windaus ได้รับรางวัลโนเบล จากการศึกษาเรื่องนี้ หลังจากนั้นมีการอธิบายโครงสร้างของวิตามิน D ในปี 1932 พบตัวรับวิตามิน D ในปี 1969 และในปี 1980 นักวิจัยสามารถอธิบายได้ว่าร่างกายสร้างวิตามิน D3 ได้อย่างไร (27 กุมภาพันธ์ 2026) [1]

ประโยชน์ที่สำคัญของ Vitamin D

  • ช่วยดูดซึมแคลเซียม และฟอสฟอรัส ทำให้กระดูกและฟันแข็งแรง
  • ช่วยเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายต้านเชื้อโรคได้ดีขึ้น
  • อาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคบางชนิด เช่น โรคหัวใจหรือโรคภูมิคุ้มกันผิดปกติ
  • ช่วยควบคุมอารมณ์ และอาจช่วยลดความเสี่ยงของภาวะซึมเศร้า
  • อาจเกี่ยวข้องกับการควบคุมน้ำหนัก และภาวะโรคอ้วน
  • ช่วยให้กระดูกและฟันพัฒนาได้ตามปกติ โดยเฉพาะในช่วงการเจริญเติบโต

ที่มา: Your Guide to Vitamin D Benefits (20 พฤษภาคม 2024) [2]

อันตรายจากการรับวิตามิน D มากเกินไป

วิตามิน D โดยทั่วไปถือว่าปลอดภัย เมื่อได้รับในปริมาณที่เหมาะสม แต่หากรับมากเกินไปโดยเฉพาะจากอาหารเสริม อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ การได้รับวิตามิน D มากกว่า 4,000 IU ต่อวัน อาจมีอาการระคายเคืองกระเพาะ คลื่นไส้หรืออาเจียน น้ำหนักลด ความอยากอาหารลดลง กล้ามเนื้ออ่อนแรง

รวมถึงอาจส่งผลต่อการทำงานของสมอง ทำให้คิดหรือโฟกัสได้ช้าลง นอกจากนี้ยังเกี่ยวกับปัญหาจังหวะการเต้นของหัวใจ นิ่วในไต และความเสียหายต่อไตได้ ดังนั้นการใช้วิตามิน D ควรอยู่ในปริมาณที่เหมาะสม และไม่เกินระดับที่แนะนำ เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อสุขภาพ (21 มีนาคม 2025) [3]

อาหารอะไรที่มี Vitamin D สูงที่สุด?

ขาดวิตามิน D ทำให้ผมร่วงจริงไหม
  • น้ำมันตับปลา เป็นหนึ่งในแหล่งวิตามิน D ที่สูงมาก โดยน้ำมันตับปลา 1 ช้อนชา ให้ประมาณ 450 IU ของวิตามิน D นอกจากนั้นยังมี Vitamin A และโอเมก้า 3 ซึ่งช่วยดูแลสุขภาพกระดูกและภูมิคุ้มกัน
  • ปลาแซลมอน ปลาแซลมอนเป็นปลาทะเลที่มีไขมันดีสูง ปลาแซลมอนประมาณ 100 กรัม มีวิตามิน D ประมาณ 526 IU ทำให้เป็นอาหารที่นิยมใช้เพิ่มระดับวิตามิน D ในร่างกาย
  • ปลาแมคเคอเรล (Mackerel) ปลาชนิดนี้มีกรดไขมันโอเมก้า 3 และวิตามิน D สูง โดยปลาแมคเคอเรล 100 กรัม ให้วิตามิน Dประมาณ 360 IU
  • ปลาซาร์ดีน ปลาซาร์ดีนกระป๋องเป็นแหล่งวิตามิน D ที่หาได้ง่าย โดยปลาซาร์ดีนประมาณ 100 กรัม ให้ราว 272 IU

ขาดวิตามินดีทำให้ผมร่วงจริงไหม?

อาจให้ผมร่วง เพราะวิตามิน D มีบทบาทต่อการทำงานของรากผม และวงจรการเจริญเติบโตของเส้นผม หากร่างกายมีระดับวิตามิน D ต่ำอาจทำให้การทำงานของรูขุมขนผิดปกติ ส่งผลให้เส้นผมอ่อนแอ และหลุดร่วงง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัญหาผมร่วงมักไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว

ควรทาน Vitamin D ร่วมกับอะไร?

วิตามิน D เป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน ควรรับประทานร่วมกับอาหารที่มีไขมันดี เช่นปลา Avocado ถั่ว หรือใช้น้ำมันมะกอกในมื้ออาหาร จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมได้ดีขึ้น นอกจากนี้การได้รับแคลเซียม และแมกนีเซียม อย่างเพียงพอยังช่วยให้วิตามิน D ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

สรุปแล้ว ขาดวิตามิน D ทำให้ผมร่วงจริงไหม

วิตามิน D เป็นสารอาหารสำคัญที่มีบทบาทต่อร่างกายในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการช่วยดูดซึมแคลเซียมเพื่อดูแลกระดูกและฟัน ช่วยระบบภูมิคุ้มกัน รวมถึงสุขภาพเส้นผมด้วย หากร่างกายได้รับวิตามิน D ไม่เพียงพออาจส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมได้

ควรได้รับ Vitamin D ปริมาณเท่าไหร่ต่อวัน?

โดยทั่วไปผู้ใหญ่ควรได้รับวิตามิน D ประมาณ 600 IU ต่อวัน หรือประมาณ 15 ไมโครกรัม เพื่อช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียม และรักษาสุขภาพกระดูกได้ตามปกติ ขณะที่ผู้ที่มีอายุมากกว่า 70 ปี มักแนะนำให้ได้รับเพิ่มเป็นประมาณ 800 IU ต่อวัน หรือประมาณ 20 ไมโครกรัม

ใครที่ควรทาน Vitamin D เสริม?

กลุ่มที่อาจจำเป็นต้องเสริมวิตามิน D มักเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการได้รับวิตามิน D ไม่เพียงพอ เช่นคนที่ไม่ค่อยโดนแสงแดด ใช้ชีวิตในอาคารเป็นส่วนใหญ่ ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีผิวเข้มซึ่งสร้างวิตามิน D จากแสงแดดได้ยากกว่า รวมถึงผู้ที่มีปัญหาการดูดซึมสารอาหารบางชนิด

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง