ข่าว ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 อย่างเป็นทางการ

ข่าว ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026

ข่าว ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 หลังจากตกเป็นประเด็นที่แฟนบอลไทยติดตามกันมาอย่างต่อเนื่อง ในที่สุดสถานการณ์ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ในประเทศไทยก็ได้ข้อสรุปอย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อ JAS หรือ บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ประกาศคว้าสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขันจากฟีฟ่าเรียบร้อย ทำให้แฟนบอลไทยสามารถรับชมฟุตบอลโลกครั้งนี้ได้อย่างถูกลิขสิทธิ์แน่นอน

โดยบทความนี้จะสรุปความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 ช่องทางการรับชม จำนวนแมตช์ที่ดูฟรีได้ รวมถึงประเด็นสำคัญที่ทำให้การซื้อลิขสิทธิ์ครั้งนี้กลายเป็นหนึ่งในข่าวกีฬาที่ถูกพูดถึงมากที่สุดก่อนการแข่งขันเริ่มต้น

  • สรุปข่าวล่าสุดลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026
  • ทำไมลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 ถึงเป็นประเด็นใหญ่?
  • JAS ได้อะไรจากดีลมูลค่า 2,300 ล้านบาท?
  • ดูฟุตบอลโลก 2026 ได้ที่ไหนบ้าง?
  • เวลาแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ส่งผลอย่างไรกับผู้ชม?

ข่าวล่าสุด ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ในไทย

หากต้องการสรุปสถานการณ์ล่าสุดแบบสั้นที่สุด ขณะนี้ JAS เป็นผู้ถือลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยแฟนบอลจะสามารถรับชมการแข่งขันครบทั้ง 104 นัดผ่านแพลตฟอร์ม MONOMAX ซึ่งเป็นช่องทางหลักสำหรับการถ่ายทอดสดตลอดทัวร์นาเมนต์

ขณะเดียวกัน JAS และ MONO ยังยืนยันว่าจะมีการถ่ายทอดสดผ่านฟรีทีวีมากกว่า 40 นัด เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ชมทั่วไปสามารถติดตามการแข่งขันได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งรวมถึงแมตช์สำคัญอย่างนัดเปิดสนามและนัดชิงชนะเลิศที่ได้รับการยืนยันว่าจะเปิดให้รับชมฟรีเช่นกัน

สำหรับผู้ที่ต้องการติดตามทุกเกมตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่มไปจนถึงรอบชิงชนะเลิศ MONOMAX จะเป็นช่องทางที่รวมการแข่งขันครบทั้ง 104 แมตช์ ขณะที่ผู้ชมที่เลือกดูผ่านฟรีทีวีจะสามารถติดตามเกมสำคัญจำนวนหนึ่งที่ถูกคัดเลือกมาถ่ายทอดตลอดการแข่งขัน

สรุปในมุมของแฟนบอล ข่าวดีคือประเทศไทยมีผู้ถือลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการแล้ว การถ่ายทอดสดครบทั้งทัวร์นาเมนต์ได้รับการยืนยันเรียบร้อย และยังมีทางเลือกทั้งแบบรับชมฟรีและแบบรับชมครบทุกนัดให้เลือกตามความต้องการของผู้ชมแต่ละกลุ่ม

ทำไมลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 ถึงเป็นประเด็นใหญ่?

แม้ฟุตบอลโลก จะเป็นมหกรรมกีฬาที่ได้รับความนิยมสูงสุดรายการหนึ่งของโลก แต่การซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ในประเทศไทยกลับไม่ได้ราบรื่นเหมือนที่หลายคนคาดไว้ เพราะตลอดช่วงหลายเดือนก่อนการแข่งขันเริ่มต้น มีความไม่แน่นอนเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนแฟนบอลจำนวนไม่น้อยเริ่มกังวลว่าประเทศไทยอาจไม่ได้ถ่ายทอดสดการแข่งขันแบบถูกลิขสิทธิ์เหมือนในอดีต

เมื่อรัฐบาลมองว่าค่าลิขสิทธิ์สูงเกินไป

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือเรื่องราคาลิขสิทธิ์ ทำให้ประชาชนชาวไทยไม่น้อย มีคำถามว่า รัฐบาลซื้อสิทธิ์ ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก หรือยัง โดยทางฝั่งภาครัฐยอมรับว่า ตัวเลขที่ได้รับจากฟีฟ่าอยู่ในระดับสูง และจำเป็นต้องพิจารณาความคุ้มค่าอย่างรอบด้านก่อนตัดสินใจใช้งบประมาณสนับสนุน (19 พฤษภาคม 2026) [1]

นอกจากเรื่องราคาแล้ว ยังมีปัจจัยด้านเศรษฐกิจและความจำเป็นในการใช้งบประมาณภาครัฐเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้การตัดสินใจครั้งนี้แตกต่างจากฟุตบอลโลกหลายครั้งที่ผ่านมา เพราะต้องชั่งน้ำหนักระหว่างการเข้าถึงมหกรรมกีฬาระดับโลกกับการใช้ทรัพยากรในด้านอื่นที่มีความสำคัญเช่นกัน

ราคา 40 ล้านดอลลาร์ที่ถูกพูดถึงคืออะไร?

จากข้อมูลที่ถูกเผยแพร่ออกมาอย่างต่อเนื่อง มีรายงานว่าฟุตบอลโลก 2026 ถูกเสนอขายลิขสิทธิ์ในประเทศไทยที่มูลค่าประมาณ 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1,300 ล้านบาท และหากรวมภาษีอาจเพิ่มขึ้นไปแตะระดับประมาณ 1,700 ล้านบาท (10 มิถุนายน 2026) [2]

ตัวเลขดังกล่าวกลายเป็นประเด็นที่ถูกนำมาถกเถียงอย่างกว้างขวาง เพราะมีการเปรียบเทียบกับบางประเทศในภูมิภาคที่ได้รับข้อเสนอในระดับราคาต่ำกว่าหรือใกล้เคียงกัน แม้จะมีจำนวนประชากรมากกว่าประเทศไทยก็ตาม ส่งผลให้หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของต้นทุนที่ต้องใช้ในการซื้อลิขสิทธิ์ครั้งนี้

ทำไมปี 2026 ต่างจากฟุตบอลโลก 2022?

อีกปัจจัยที่ทำให้การเจรจาซับซ้อนกว่าฟุตบอลโลก 2022 คือรูปแบบการสนับสนุนที่เปลี่ยนไป โดยในปี 2022 ประเทศไทยได้รับความร่วมมือจากทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนหลายราย ทำให้สามารถแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายและผลักดันการซื้อลิขสิทธิ์ได้สำเร็จ

แต่สำหรับฟุตบอลโลก 2026 สถานการณ์แตกต่างออกไป เพราะในช่วงแรกยังไม่มีเอกชนรายใหญ่เข้ามาร่วมสนับสนุนอย่างชัดเจน ส่งผลให้การหาข้อสรุปใช้เวลานานกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่หลายคนเริ่มกังวลว่าการเจรจาอาจไม่ทันก่อนการแข่งขันเปิดฉาก จนเกิดเป็นคำถามว่า เอกชนซื้อสิทธิ์ ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก หรือยัง และในที่สุด JAS ได้ตัดสินใจเดินหน้าเจรจากับฟีฟ่าและปิดดีลสำเร็จในช่วงโค้งสุดท้าย กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยได้สิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 อย่างเป็นทางการในที่สุด

JAS ได้อะไรจากดีลมูลค่า 2,300 ล้านบาท?

ข่าว ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026

แม้ข่าวส่วนใหญ่จะโฟกัสไปที่ฟุตบอลโลก 2026 แต่ในความเป็นจริง ดีลที่ JAS ทำร่วมกับฟีฟ่าไม่ได้ครอบคลุมเฉพาะการแข่งขันครั้งนี้เท่านั้น เพราะข้อตกลงดังกล่าวรวมสิทธิ์ถ่ายทอดสดรายการสำคัญของฟีฟ่าอีกหลายรายการไปจนถึงปี 2030 ด้วย ทำให้ถูกมองว่าเป็นการลงทุนระยะยาวมากกว่าการซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกเพียงทัวร์นาเมนต์เดียว

จากการแถลงของผู้บริหาร JAS มูลค่ารวมของข้อตกลงอยู่ที่มากกว่า 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2,300 ล้านบาท ซึ่งครอบคลุมการแข่งขันระดับโลกทั้งในประเภททีมชาติชาย ทีมหญิง เยาวชน และฟุตซอล (11 มิถุนายน 2026) [3]

สิทธิ์ถ่ายทอดสดที่รวมอยู่ในดีลนี้มีอะไรบ้าง?

นอกจากฟุตบอลโลก 2026 ที่จัดขึ้นในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโกแล้ว JAS ยังได้รับสิทธิ์ในรายการสำคัญของฟีฟ่าอีกหลายรายการ ดังนี้

รายการสถานะ
ฟุตบอลโลก 2026
ฟุตบอลโลก 2030
ฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก 2027
FIFA Club World Cup
ฟุตบอลโลก U-20
ฟุตบอลโลก U-17
ฟุตซอลชิงแชมป์โลก

สิทธิ์เหล่านี้ทำให้ JAS กลายเป็นหนึ่งในผู้ถือคอนเทนต์กีฬาระดับโลกที่สำคัญที่สุดของประเทศไทยในช่วงหลายปีข้างหน้า

ฟุตบอลโลก 2030 ก็อยู่ในข้อตกลงเดียวกัน

อีกจุดที่น่าสนใจคือ ฟุตบอลโลก 2030 ซึ่งจะจัดขึ้นที่โมร็อกโก สเปน และโปรตุเกส รวมถึงแมตช์พิเศษฉลองครบรอบ 100 ปีฟุตบอลโลก ก็รวมอยู่ในข้อตกลงฉบับเดียวกันนี้ด้วย

นั่นหมายความว่า JAS ไม่จำเป็นต้องกลับไปเริ่มต้นเจรจาซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2030 ใหม่อีกครั้ง เพราะสิทธิ์ดังกล่าวถูกบรรจุอยู่ในดีลที่ทำไว้กับฟีฟ่าเรียบร้อยแล้ว

ทำไม JAS ถึงมองว่าดีลนี้คุ้มค่า?

หากมองเฉพาะฟุตบอลโลก 2026 ตัวเลข 2,300 ล้านบาทอาจดูเป็นเงินลงทุนจำนวนมหาศาล แต่เมื่อพิจารณาว่าสิทธิ์ดังกล่าวครอบคลุมรายการแข่งขันของฟีฟ่าหลายรายการต่อเนื่องไปจนถึงปี 2030 ภาพรวมของดีลจึงแตกต่างออกไป

ในมุมธุรกิจ JAS ไม่ได้ซื้อเพียงการแข่งขัน 104 นัดของฟุตบอลโลก 2026 แต่กำลังลงทุนในคอนเทนต์กีฬาระดับโลกที่สามารถนำมาต่อยอดฐานสมาชิก การขายโฆษณา และการพัฒนาธุรกิจสตรีมมิ่งในระยะยาวได้อีกหลายปี

สำหรับแฟนบอลไทย ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ ความไม่แน่นอนเรื่องลิขสิทธิ์ที่เกิดขึ้นก่อนการแข่งขันได้สิ้นสุดลงแล้ว และผู้ชมมีทั้งทางเลือกในการรับชมฟรี รวมถึงช่องทางสำหรับผู้ที่ต้องการติดตามครบทุกแมตช์ตลอดทัวร์นาเมนต์

2,300 ล้านบาท แพงหรือไม่เมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้รับ?

ตัวเลขกว่า 2,300 ล้านบาทอาจทำให้หลายคนรู้สึกว่าเป็นมูลค่าที่สูงมากสำหรับลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดกีฬาเพียงรายการเดียว แต่หากพิจารณารายละเอียดของข้อตกลง จะพบว่าดีลนี้ไม่ได้ครอบคลุมเฉพาะฟุตบอลโลก 2026 เท่านั้น

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่าลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 เพียงรายการเดียวถูกเสนอขายในราคาประมาณ 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1,300 ล้านบาท และอาจเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 1,700 ล้านบาทเมื่อรวมค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงที่ JAS ทำกับฟีฟ่าเป็นแพ็กเกจระยะยาวที่รวมการแข่งขันสำคัญหลายรายการไปจนถึงปี 2030 ทำให้มูลค่าที่จ่ายไม่ได้แลกกับฟุตบอลโลกเพียงครั้งเดียว แต่ยังรวมถึงคอนเทนต์กีฬาระดับโลกอีกจำนวนมาก

รายการที่รวมอยู่ในดีลสถานะ
ฟุตบอลโลก 2026
ฟุตบอลโลก 2030
ฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก 2027
FIFA Club World Cup
ฟุตบอลโลก U-20
ฟุตบอลโลก U-17
ฟุตซอลชิงแชมป์โลก

ในมุมของแฟนบอล สิ่งที่เห็นได้ชัดที่สุดคือประเทศไทยมีความชัดเจนเรื่องลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกทั้งในปี 2026 และ 2030 แล้วล่วงหน้า ขณะที่ในมุมธุรกิจ ดีลดังกล่าวช่วยให้ JAS และ MONO มีสิทธิ์ในคอนเทนต์กีฬาของฟีฟ่าต่อเนื่องอีกหลายปี ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้บริหารมองว่าการลงทุนครั้งนี้มีความคุ้มค่าในระยะยาว

ดูฟุตบอลโลก 2026 ได้ที่ไหนบ้าง?

หลังจากได้ข้อสรุปเรื่องลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการแล้ว คำถามที่แฟนบอลจำนวนมากอยากรู้ต่อคือ ดูถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ได้ที่ไหน หรือหากต้องการดูฟุตบอลโลก 2026 จะต้องรับชมผ่านช่องทางใด และจำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายหรือไม่

ข่าวดีคือ การรับชมครั้งนี้มีทั้งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการดูฟรี และผู้ที่ต้องการติดตามครบทุกแมตช์ตลอดการแข่งขัน โดยแต่ละช่องทางมีรายละเอียดแตกต่างกันพอสมควร

เปรียบเทียบการดูฟรี กับการดูครบทั้ง 104 นัด

นี่คือภาพรวมที่เข้าใจง่ายที่สุดสำหรับแฟนบอลไทย

รายการดูฟรีดูครบทุกนัด
ช่องทางรับชมฟรีทีวีช่องในเครือ MONOMONOMAX
จำนวนแมตช์มากกว่า 40 นัด104 นัด
นัดเปิดสนาม
นัดชิงชนะเลิศ
ค่าใช้จ่ายไม่มีตามแพ็กเกจที่กำหนด
การเลือกคู่แข่งขันตามผังถ่ายทอดสดเลือกดูได้ทุกคู่

สำหรับผู้ชมทั่วไปที่ต้องการติดตามเฉพาะแมตช์สำคัญ การรับชมผ่านฟรีทีวีอาจเพียงพออยู่แล้ว เพราะมีทั้งนัดเปิดสนาม เกมรอบน็อกเอาต์บางส่วน และนัดชิงชนะเลิศรวมอยู่ในผังถ่ายทอดสด

แต่สำหรับแฟนบอลที่เชียร์ทีมชาติแบบจริงจัง หรือต้องการติดตามทุกคู่ในรอบแบ่งกลุ่ม การรับชมผ่าน MONOMAX จะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์มากกว่า

แบบไม่เสียตัง ฟุตบอลโลก 2026 ดูฟรีได้กี่นัด?

จากข้อมูลที่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ JAS และ MONO ยืนยันว่าจะมีการถ่ายทอดสดผ่านฟรีทีวีมากกว่า 40 นัดตลอดทัวร์นาเมนต์

แม้จะยังไม่มีการประกาศผังถ่ายทอดสดครบทุกวันล่วงหน้า แต่แมตช์สำคัญอย่างนัดเปิดสนามและนัดชิงชนะเลิศได้รับการยืนยันแล้วว่าจะเปิดให้ประชาชนรับชมฟรีอย่างแน่นอน

จุดนี้ถือเป็นความแตกต่างจากความกังวลในช่วงก่อนหน้า ที่หลายคนเกรงว่าหากเอกชนเป็นผู้ถือลิขสิทธิ์เพียงรายเดียว การรับชมอาจถูกจำกัดอยู่เฉพาะแพลตฟอร์มแบบเสียค่าใช้จ่ายเท่านั้น

หากต้องการดูครบทั้ง 104 นัดต้องทำอย่างไร?

สำหรับผู้ที่ไม่อยากพลาดแมตช์ใดเลย MONOMAX จะเป็นช่องทางหลักในการรับชมฟุตบอลโลก 2026 แบบครบทุกเกม ตั้งแต่นัดเปิดสนามไปจนถึงนัดชิงชนะเลิศ

จุดเด่นคือสามารถติดตามการแข่งขันของทุกกลุ่ม ทุกทีม และทุกช่วงเวลาของทัวร์นาเมนต์ได้ครบถ้วน ซึ่งเหมาะกับแฟนบอลที่ต้องการเกาะติดสถานการณ์ตลอดการแข่งขัน หรือผู้ที่ติดตามหลายทีมพร้อมกัน

ราคาแพ็กเกจคิดเป็นเดือนละประมาณเท่าไร?

ข้อมูลที่ถูกเผยแพร่ในช่วงเปิดตัวระบุว่า แพ็กเกจกีฬาระดับพรีเมียมที่รวมสิทธิ์รับชมฟุตบอลโลก 2026 มีราคาอยู่ที่ประมาณ 5,999 บาทต่อแพ็กเกจ

หากเลือกผ่อนชำระ 0% เป็นระยะเวลา 10 เดือน ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 600 บาทต่อเดือน ซึ่งช่วยให้เห็นภาพค่าใช้จ่ายได้ง่ายขึ้นสำหรับผู้ที่กำลังตัดสินใจว่าจะเลือกดูฟรี หรือสมัครเพื่อรับชมครบทุกแมตช์

จุดนี้เป็นอีกหนึ่งข้อมูลที่แฟนบอลจำนวนมากให้ความสนใจ เพราะช่วยเปรียบเทียบต้นทุนกับจำนวนการแข่งขันที่ได้รับชมได้ชัดเจนกว่าการเห็นราคาเต็มเพียงอย่างเดียว

เวลาแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ในไทย ส่งผลอย่างไรกับผู้ชม?

นอกจากเรื่องค่าลิขสิทธิ์และช่องทางการรับชมแล้ว อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกพูดถึงตลอดช่วงการเจรจาคือตารางเวลาการแข่งขันของฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งแตกต่างจากฟุตบอลโลก 2022 อย่างชัดเจน เนื่องจากการแข่งขันครั้งนี้จัดขึ้นในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก ทำให้เวลาถ่ายทอดสดในประเทศไทยอยู่ในช่วงกลางดึกจนถึงช่วงเช้า

ฟุตบอลโลก 2026 ถ่ายทอดสดช่วงเวลาไหนในประเทศไทย?

จากข้อมูลการแข่งขันที่ประกาศออกมา แมตช์ส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงเวลาประมาณ 02.00–09.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่แตกต่างจากฟุตบอลโลก 2022 ที่แฟนบอลไทยสามารถรับชมได้สะดวกกว่าหลายคู่ เพื่อให้เห็นภาพง่ายขึ้น สามารถแบ่งช่วงเวลาการแข่งขันได้ดังนี้

ช่วงเวลา (ไทย)ลักษณะการแข่งขัน
02.00–04.00 น.เกมดึกและแมตช์ใหญ่บางคู่
05.00–07.00 น.เกมช่วงเช้ามืด
08.00–09.00 น.เกมช่วงเช้าก่อนเริ่มวันทำงาน

กล่าวง่าย ๆ คือ ฟุตบอลโลก 2026 จะเป็นทัวร์นาเมนต์ที่แฟนบอลไทยจำนวนมากต้อง “ดูบอลก่อนทำงาน” มากกว่า “ดูบอลก่อนนอน” เหมือนหลายทัวร์นาเมนต์ที่ผ่านมา

ทำไมช่วงเวลา 02.00–09.00 น. ถึงถูกพูดถึงตั้งแต่ก่อนซื้อลิขสิทธิ์?

ประเด็นนี้ไม่ได้ส่งผลเฉพาะกับผู้ชมเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับมูลค่าทางธุรกิจของการถ่ายทอดสดโดยตรง

ในช่วงที่ภาครัฐกำลังพิจารณาความคุ้มค่าในการสนับสนุนลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 มีการหยิบยกเรื่องเวลาแข่งขันขึ้นมาพิจารณาหลายครั้ง เนื่องจากจำนวนผู้ชมในช่วงตี 2 ถึงช่วงเช้าอาจไม่สูงเท่าการแข่งขันที่จัดในช่วงไพรม์ไทม์ ส่งผลต่อรายได้จากโฆษณา การตลาด และผู้สนับสนุนรายการ

เมื่อรวมกับค่าลิขสิทธิ์ที่มีมูลค่าสูง จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้การตัดสินใจเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ครั้งนี้ใช้เวลานานกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้

แฟนบอลไทยควรเตรียมตัวอย่างไร?

สำหรับแฟนบอลที่วางแผนติดตามการแข่งขันตลอดทัวร์นาเมนต์ การตรวจสอบโปรแกรมล่วงหน้าจะช่วยจัดการเวลาได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะในรอบแบ่งกลุ่มที่มีการแข่งขันหลายคู่ต่อวัน

หากต้องการติดตามเฉพาะแมตช์สำคัญ อาจเลือกชมเฉพาะเกมของทีมที่เชียร์ หรือรอบน็อกเอาต์ช่วงท้ายรายการ ส่วนผู้ที่ต้องการดูครบทุกคู่ควรเตรียมรับมือกับการแข่งขันที่ต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้ามืดไปจนถึงเช้าเกือบทุกวันตลอดหนึ่งเดือนของทัวร์นาเมนต์

แม้เวลาการแข่งขันจะไม่สะดวกเท่าฟุตบอลโลกบางครั้งที่ผ่านมา แต่เมื่อเรื่องลิขสิทธิ์ได้รับข้อสรุปอย่างเป็นทางการแล้ว อย่างน้อยแฟนบอลไทยก็สามารถวางแผนการรับชมได้ล่วงหน้า และเลือกช่องทางที่เหมาะกับรูปแบบการติดตามฟุตบอลของตนเองได้อย่างชัดเจน

สรุป ข่าว ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ในประเด็นสำคัญ

ข่าว ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026

หลังจากเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงมาอย่างต่อเนื่อง ในที่สุดสถานการณ์ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ในประเทศไทยก็ได้ข้อสรุปอย่างเป็นทางการ โดย JAS เข้ามาคว้าสิทธิ์จากฟีฟ่าและเตรียมถ่ายทอดสดการแข่งขันครบทั้ง 104 นัด ขณะที่แฟนบอลไทยยังมีทางเลือกในการรับชมผ่านฟรีทีวีมากกว่า 40 แมตช์ รวมถึงนัดเปิดสนามและนัดชิงชนะเลิศ

นอกจากนี้ ดีลมูลค่ากว่า 2,300 ล้านบาทไม่ได้ครอบคลุมเฉพาะฟุตบอลโลก 2026 เท่านั้น แต่ยังรวมถึงรายการสำคัญของฟีฟ่าอีกหลายรายการไปจนถึงปี 2030 ทำให้ถูกมองว่าเป็นการลงทุนระยะยาวในตลาดคอนเทนต์กีฬาระดับโลก

ตารางสรุปข้อมูลสำคัญ

ประเด็นข้อมูล
ผู้ถือลิขสิทธิ์ในไทยJAS
ช่องทางดูครบทุกนัดMONOMAX
จำนวนแมตช์ทั้งหมด104 นัด
จำนวนแมตช์ดูฟรีมากกว่า 40 นัด
นัดเปิดสนามถ่ายทอดสดฟรี
นัดชิงชนะเลิศถ่ายทอดสดฟรี
มูลค่าดีลประมาณ 2,300 ล้านบาท
รายการที่รวมในดีลฟุตบอลโลก 2026, ฟุตบอลโลก 2030 และรายการฟีฟ่าอื่น ๆ
เวลาแข่งขันในไทยประมาณ 02.00–09.00 น.

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026

1. ไทยได้ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 แล้วหรือยัง?

ได้แล้ว โดย JAS เป็นผู้ได้รับลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 อย่างเป็นทางการในประเทศไทย

2. ฟุตบอลโลก 2026 ถ่ายทอดสดครบทุกนัดหรือไม่?

ถ่ายทอดสดครบทั้ง 104 นัด ผ่านแพลตฟอร์ม MONOMAX

3. คนไทยดูฟุตบอลโลก 2026 ฟรีได้กี่นัด?

จากข้อมูลที่ประกาศออกมา จะมีการถ่ายทอดสดผ่านฟรีทีวีมากกว่า 40 นัด รวมถึงนัดเปิดสนามและนัดชิงชนะเลิศ

4. หากต้องการดูครบทุกแมตช์ต้องดูผ่านช่องทางไหน?

MONOMAX เป็นช่องทางหลักสำหรับการรับชมฟุตบอลโลก 2026 แบบครบทุกเกมตลอดการแข่งขัน

5. ฟุตบอลโลก 2026 แข่งช่วงเวลาไหนในประเทศไทย?

การแข่งขันส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงประมาณ 02.00–09.00 น. ตามเวลาประเทศไทย เนื่องจากจัดแข่งขันในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง