ทำไมตำรวจถึง บล็อกเว็บพนัน ทั้งที่บล็อกไปแล้วก็ยังกลับมาได้

ทำไมตำรวจถึง บล็อกเว็บพนัน

ทำไมตำรวจถึง บล็อกเว็บพนัน ทั้งที่ผ่านไปไม่นานก็มีเว็บใหม่เกิดขึ้นมาแทน คำตอบสั้น ๆ คือการบล็อกมีเป้าหมายเพื่อลดการเข้าถึงของผู้ใช้งานในประเทศ ไม่ใช่การลบเว็บไซต์ออกจากอินเทอร์เน็ตทั้งหมด เพราะเว็บจำนวนมากใช้เซิร์ฟเวอร์ในต่างประเทศ เปลี่ยนโดเมนได้ภายในไม่กี่นาที และสามารถย้ายช่องทางการเข้าถึงได้ตลอดเวลา จึงเกิดภาพที่เหมือนถูกปิดแล้วกลับมาใหม่อยู่เสมอ

  • ทำความใจ ตำรวจบล็อกเว็บพนันเพราะอะไร?
  • ขั้นตอนการบล็อกเว็บพนัน มีการทำงานยังไง?
  • การบล็อกเว็บพนันมีข้อดี-ข้อเสีย อะไรบ้าง?

ทำความใจ ตำรวจบล็อกเว็บพนัน เพราะอะไร?

ตำรวจบล็อกเว็บพนันเพราะเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยลดการเข้าถึงเว็บไซต์ที่เข้าข่ายผิดกฎหมายได้รวดเร็วที่สุด โดยเฉพาะในกรณีที่เว็บไซต์ตั้งเซิร์ฟเวอร์อยู่ต่างประเทศหรือมีผู้ดูแลระบบอยู่นอกเขตอำนาจของไทย การปิดกั้นการเข้าถึงจึงมักทำได้เร็วกว่าการติดตามตัวผู้กระทำผิดโดยตรง

หากมองในภาพใหญ่ การบล็อกเว็บไซต์ไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหาการพนันเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับการป้องกันการฟอกเงิน การหลอกลวงออนไลน์ และการกระทำผิดทางเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่มักเชื่อมโยงอยู่ในระบบเดียวกัน ปัจจุบันหลายหน่วยงานทำงานร่วมกันตั้งแต่การสืบสวน การตรวจสอบเส้นทางการเงิน ไปจนถึงการขออำนาจศาลเพื่อปิดกั้นการเข้าถึง

โดยมีข้อมูลว่า ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2025 ถึง 20 พฤษภาคม 2026 สำนักงานตำรวจแห่งชาติร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการปิดกั้นเว็บไซต์และช่องทางโซเชียลมีเดียที่เกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์แล้วกว่า 717,425 URLs สะท้อนว่าการบล็อกไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว แต่เป็นมาตรการที่ถูกใช้อย่างต่อเนื่องในระดับประเทศ (30 พฤษภาคม 2026) [1]

กระบวนการ “สั่งบล็อก” จริง ๆ แล้ว ใครเป็นคนออกคำสั่ง?

คำตอบสั้น ๆ คือ ตำรวจไม่ได้เป็นผู้กดปุ่มบล็อกเว็บไซต์เอง แต่ทำหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานและเสนอข้อมูลเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย ก่อนที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการขออำนาจศาลเพื่อสั่งปิดกั้นการเข้าถึงเว็บไซต์ดังกล่าว

ซึ่งในความเป็นจริง กระบวนการบล็อกเว็บไซต์ไม่ได้เริ่มจากตำรวจเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องผ่านหลายหน่วยงานตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พนักงานเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการแต่งตั้งเฉพาะจะเป็นผู้รวบรวมข้อมูลและเสนอเรื่องเข้าสู่กระบวนการ จากนั้นจึงส่งต่อให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมพิจารณา ก่อนยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอคำสั่งปิดกั้นเว็บไซต์ (4 มิถุนายน 2021) [2]

โดยทั่วไปกระบวนการจะมีองค์ประกอบสำคัญหลายส่วน ได้แก่

  • การตรวจสอบเว็บไซต์และรวบรวมหลักฐานโดยเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อยืนยันว่าเว็บไซต์นั้นมีเนื้อหาหรือกิจกรรมเข้าข่ายผิดกฎหมายจริง
  • การส่งข้อมูลไปยังหน่วยงานที่มีอำนาจดำเนินการด้านดิจิทัล ซึ่งจะเป็นผู้ประสานงานเรื่องคำร้องและกระบวนการทางกฎหมายต่อไป
  • การขอคำสั่งศาลเพื่อให้การปิดกั้นเป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมาย ลดปัญหาการละเมิดสิทธิหรือการบล็อกเว็บไซต์โดยไม่มีเหตุผลรองรับ
  • การแจ้งผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตหรือ ISP ให้ดำเนินการปิดกั้นการเข้าถึงเว็บไซต์ตามคำสั่งที่ได้รับ
  • การติดตามผลหลังการปิดกั้น เพราะหลายเว็บไซต์อาจเปลี่ยนชื่อโดเมนหรือสร้างเว็บไซต์สำรองขึ้นมาใหม่ภายในระยะเวลาอันสั้น

เมื่อมองทั้งระบบ จะเห็นว่าการบล็อกเว็บไซต์หนึ่งเว็บอาจเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานมากกว่าที่คนทั่วไปเข้าใจ และเป็นเหตุผลว่าทำไมกระบวนการนี้จึงมีขั้นตอนมากกว่าการปิดเว็บไซต์ธรรมดา

ตำรวจไซเบอร์ มีหน้าที่อะไรในกระบวนการนี้?

ตำรวจไซเบอร์มีหน้าที่หลักในการสืบสวน ตรวจสอบ และรวบรวมข้อมูลทางดิจิทัล เพื่อระบุว่าเว็บไซต์ใดมีพฤติกรรมเข้าข่ายผิดกฎหมาย ก่อนส่งต่อข้อมูลเข้าสู่กระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการปิดกั้นหรือดำเนินคดีตามกฎหมาย

หน้าที่ของตำรวจไซเบอร์ไม่ได้จบแค่การค้นหาเว็บไซต์ แต่ยังครอบคลุมการติดตามเส้นทางการเงิน บัญชีม้า ระบบโฆษณา และเครือข่ายที่เชื่อมโยงกัน หลายคดีในช่วง ค.ศ. 2023 เป็นต้นมา พบว่าหนึ่งเครือข่ายสามารถเชื่อมโยงเว็บไซต์ได้หลายสิบโดเมน และมีการหมุนเวียนเปลี่ยนชื่ออยู่ตลอดเวลา

อีกส่วนที่สำคัญคือการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเทคนิค เช่น โดเมน เซิร์ฟเวอร์ IP Address หรือระบบเปลี่ยนเส้นทางเว็บไซต์ ซึ่งช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถมองเห็นภาพรวมของเครือข่ายได้ดีกว่าการดูเว็บไซต์เพียงหน้าเดียว การทำงานจึงใกล้เคียงกับการสืบสวนเครือข่ายดิจิทัลมากกว่าการไล่ปิดเว็บทีละเว็บแบบที่หลายคนเข้าใจ

เจาะลึก การบล็อกเว็บพนันทำงานยังไง?

ทำไมตำรวจถึง บล็อกเว็บพนัน

การบล็อกเว็บพนันไม่ได้หมายถึงการลบเว็บไซต์ออกจากโลกออนไลน์ แต่เป็นการทำให้ผู้ใช้งานในพื้นที่ที่ได้รับคำสั่งบล็อกเข้าถึงเว็บไซต์นั้นได้ยากขึ้น วิธีการที่ใช้จริงมีหลายรูปแบบ ตั้งแต่การบล็อกชื่อโดเมน การบล็อก DNS ไปจนถึงการจำกัดการเชื่อมต่อผ่านระบบของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต

ในทางเทคนิค เว็บไซต์จำนวนมากยังคงเปิดทำงานอยู่บนเซิร์ฟเวอร์เดิม แม้ผู้ใช้งานบางส่วนจะไม่สามารถเข้าใช้งานได้แล้วก็ตาม จึงเกิดสถานการณ์ที่คนหนึ่งเข้าเว็บไม่ได้ ขณะที่อีกคนยังใช้งานได้ตามปกติ เพราะเส้นทางการเชื่อมต่อและผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตอาจแตกต่างกัน

เมื่อมองในภาพรวม การบล็อกเว็บไซต์จึงมีลักษณะคล้ายการปิดถนนบางสายมากกว่าการรื้ออาคารทั้งหลังออกจากแผนที่ ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เว็บไซต์จำนวนมากยังสามารถกลับมาใช้งานได้ภายใต้ชื่อใหม่หรือช่องทางใหม่ในเวลาต่อมา

เบื้องหลังการทำงานของ ISP และระบบบล็อกเว็บไซต์

ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตหรือ ISP เป็นกลไกสำคัญที่ทำให้การบล็อกเว็บไซต์เกิดขึ้นได้จริง เพราะเป็นผู้ควบคุมเส้นทางการเชื่อมต่อระหว่างผู้ใช้งานกับเว็บไซต์ปลายทาง เมื่อได้รับคำสั่งตามกระบวนการทางกฎหมาย ISP จึงสามารถจำกัดการเข้าถึงเว็บไซต์ที่ถูกระบุไว้ได้

โดยทั่วไป ISP สามารถใช้หลายวิธีในการปิดกั้นเว็บไซต์ เช่น

  • บล็อกชื่อโดเมนโดยตรง ทำให้เมื่อพิมพ์ชื่อเว็บไซต์ ระบบไม่สามารถค้นหาปลายทางได้ตามปกติ
  • บล็อก DNS ซึ่งเป็นระบบแปลชื่อเว็บไซต์ให้กลายเป็นหมายเลข IP ส่งผลให้เว็บไซต์ถูกตัดออกจากกระบวนการค้นหาเส้นทาง
  • บล็อก IP Address ที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์เป้าหมาย โดยเฉพาะกรณีที่มีการใช้งานเซิร์ฟเวอร์เฉพาะ
  • ใช้ระบบกรองข้อมูลเครือข่ายเพื่อตรวจจับเว็บไซต์ที่อยู่ในรายการเฝ้าระวัง
  • อัปเดตรายชื่อเว็บไซต์ที่ถูกปิดกั้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากบางเครือข่ายสามารถเปลี่ยนโดเมนใหม่ได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

แม้วิธีการเหล่านี้จะช่วยลดการเข้าถึงได้ในระดับหนึ่ง แต่ความเร็วในการสร้างโดเมนใหม่และการกระจายตัวของโครงสร้างเว็บไซต์ยุคปัจจุบัน ทำให้การปิดกั้นกลายเป็นการแข่งขันทางเทคนิคที่ต้องอัปเดตอยู่ตลอดเวลา

ทำไมบางคนเข้าเว็บไม่ได้ แต่บางคนยังเข้าได้?

คำตอบสั้น ๆ คือ การบล็อกไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกันทุกเครือข่าย และไม่ได้ใช้เทคนิคเดียวกันทั้งหมด จึงอาจเกิดความแตกต่างระหว่างผู้ใช้งาน แม้อยู่ในประเทศเดียวกันหรือใช้งานเว็บไซต์เดียวกันก็ตาม

โดยหนึ่งในสาเหตุสำคัญมาจากระบบ DNS หรือ Domain Name System ซึ่งทำหน้าที่แปลงชื่อเว็บไซต์ให้กลายเป็นหมายเลข IP ที่คอมพิวเตอร์เข้าใจได้ เปรียบเหมือนสมุดรายชื่อของอินเทอร์เน็ต เมื่อผู้ใช้งานพิมพ์ชื่อเว็บไซต์ ระบบจะสอบถาม DNS ก่อนเสมอว่าปลายทางนั้นอยู่ที่ไหน (4 พฤศจิกายน 2020) [3]

ตัวอย่างปัจจัยที่ทำให้ผลลัพธ์แตกต่างกัน ได้แก่

  • ใช้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตคนละราย ซึ่งอาจอัปเดตรายการบล็อกในช่วงเวลาต่างกัน
  • ใช้ DNS คนละระบบ บางรายใช้ DNS ของผู้ให้บริการโดยตรง ขณะที่บางรายใช้ DNS สาธารณะ
  • เว็บไซต์มีหลายโดเมนสำรอง ทำให้ผู้ใช้งานบางกลุ่มถูกเปลี่ยนเส้นทางไปยังโดเมนใหม่โดยอัตโนมัติ
  • มีการใช้ระบบ CDN หรือโครงสร้างกระจายเซิร์ฟเวอร์หลายประเทศ ทำให้การปิดกั้นบางส่วนไม่ครอบคลุมทุกเส้นทาง
  • ผู้ใช้งานเข้าผ่านแอปพลิเคชันหรือช่องทางเฉพาะที่ไม่ได้ใช้โดเมนเดียวกับเว็บไซต์หลัก

ด้วยเหตุนี้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนสองคนจะได้รับประสบการณ์ต่างกัน ทั้งที่กำลังพยายามเข้าถึงเว็บไซต์เดียวกันในเวลาใกล้เคียงกัน

ทำไมบล็อกแล้วเว็บพนันยังไม่หายไปจากอินเทอร์เน็ต?

การบล็อกเว็บไซต์ช่วยลดการเข้าถึงได้ แต่ไม่ได้ทำให้เว็บไซต์หายไปจากระบบทั้งหมด เพราะตัวเว็บไซต์ เซิร์ฟเวอร์ และฐานข้อมูลจำนวนมากยังคงทำงานอยู่ในต่างประเทศ ซึ่งอยู่นอกขอบเขตการควบคุมโดยตรงของหน่วยงานในประเทศ

สิ่งที่รัฐสามารถทำได้

  • จำกัดการเข้าถึงจากผู้ใช้งานภายในประเทศ ทำให้การเข้าถึงยากขึ้นกว่าปกติ
  • ปิดกั้นโดเมนที่ตรวจพบว่ามีความเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์เป้าหมาย โดยบางปีมีการดำเนินการหลายหมื่นโดเมน
  • ติดตามเส้นทางการเงินและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดช่องทางดำเนินงานของระบบ
  • ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานอื่น เช่น สถาบันการเงิน ผู้ให้บริการเครือข่าย และหน่วยงานด้านดิจิทัล

สิ่งที่เว็บไซต์สามารถทำได้

  • เปลี่ยนชื่อโดเมนใหม่ได้ภายในเวลาอันสั้น บางเครือข่ายมีโดเมนสำรองมากกว่า 10–20 ชื่อ
  • ย้ายเซิร์ฟเวอร์ไปยังประเทศอื่นเพื่อหลีกเลี่ยงการติดตามในระดับพื้นที่
  • สร้าง Mirror Site หรือเว็บไซต์สำรองที่มีข้อมูลเหมือนกันเกือบทั้งหมด
  • ใช้ระบบ Redirect อัตโนมัติ ส่งผู้ใช้งานไปยังเว็บไซต์ใหม่ทันทีเมื่อโดเมนเดิมถูกปิดกั้น

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการบล็อกเว็บไซต์จึงมักถูกมองว่าเป็นการลดการมองเห็นและลดการเข้าถึง มากกว่าการกำจัดเว็บไซต์ออกจากอินเทอร์เน็ตอย่างถาวร

การบล็อกเว็บพนัน มีข้อดี-ข้อเสีย อะไรบ้าง?

การบล็อกเว็บไซต์มีทั้งข้อดีและข้อจำกัดในเวลาเดียวกัน ด้านหนึ่งช่วยลดการเข้าถึงเว็บไซต์ผิดกฎหมายได้อย่างรวดเร็ว แต่อีกด้านหนึ่งก็ไม่สามารถแก้ปัญหาที่ต้นเหตุได้ทั้งหมด โดยเฉพาะเมื่อเว็บไซต์สามารถเปลี่ยนโครงสร้างหรือย้ายช่องทางการเข้าถึงได้ตลอดเวลา

ข้อดีที่เห็นได้ชัด

  • ลดโอกาสที่ผู้ใช้งานทั่วไปจะเข้าถึงเว็บไซต์ได้โดยบังเอิญ
  • จำกัดการมองเห็นของเว็บไซต์ในวงกว้าง
  • ลดการแพร่กระจายของลิงก์เดิมที่เคยใช้งานได้
  • ช่วยให้การบังคับใช้กฎหมายเกิดขึ้นได้รวดเร็วกว่าการติดตามผู้กระทำผิดข้ามประเทศ

ข้อจำกัดที่ยังพบอยู่

  • เว็บไซต์สามารถเปลี่ยนโดเมนใหม่ได้
  • การบล็อกอาจไม่ครอบคลุมทุกช่องทางการเข้าถึง
  • ต้องใช้งบประมาณและทรัพยากรในการอัปเดตรายการปิดกั้นอย่างต่อเนื่อง
  • ไม่ได้แก้ปัญหาพฤติกรรมของผู้ใช้งานโดยตรง

สุดท้ายแล้ว การบล็อกเว็บไซต์จึงเป็นเพียงหนึ่งในเครื่องมือที่ถูกใช้ร่วมกับมาตรการอื่น ไม่ว่าจะเป็นการสืบสวนทางการเงิน การติดตามเครือข่ายดิจิทัล หรือการดำเนินคดีต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การจัดการปัญหาเกิดผลได้มากกว่าการปิดเว็บไซต์เพียงอย่างเดียว

สรุป ทำไมตำรวจถึง บล็อกเว็บพนัน?

สรุปภาพรวม ทำไมตำรวจถึง บล็อกเว็บพนัน ก็เพื่อลดการเข้าถึงเว็บไซต์ที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย และตัดโอกาสการขยายตัวของเครือข่ายออนไลน์ในระยะสั้น แม้การบล็อกจะไม่ทำให้เว็บไซต์หายไปจากอินเทอร์เน็ตทั้งหมด แต่ช่วยจำกัดการเข้าถึงของผู้ใช้งานได้จริง

ถ้าบล็อกเว็บพนันได้ ทำไมไม่บล็อกให้หมดภายในวันเดียว?

คำตอบคือ ในทางทฤษฎีอาจฟังดูง่าย แต่ในความเป็นจริงเว็บไซต์จำนวนมากไม่ได้มีแค่ 1 โดเมน บางเครือข่ายมีโดเมนสำรองมากกว่า 20–50 ชื่อ และสามารถสร้างโดเมนใหม่ได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง การบล็อกจึงเป็นการแข่งขันระหว่างความเร็วในการปิดกั้นกับความเร็วในการเปลี่ยนตัวตนของเว็บไซต์

ถ้าเว็บยังเปิดอยู่ในต่างประเทศ การบล็อกมีประโยชน์อะไร?

คำตอบคือ ประโยชน์หลักคือการลดจำนวนผู้เข้าถึงจากภายในประเทศ แม้ตัวเว็บไซต์ยังอยู่บนเซิร์ฟเวอร์เดิม แต่การเข้าถึงยากขึ้นย่อมลดการมองเห็นและลดผู้ใช้งานใหม่ได้บางส่วน หลายประเทศจึงยังใช้วิธีนี้ควบคู่กับมาตรการทางการเงินและการสืบสวนทางดิจิทัลมาตลอดตั้งแต่ช่วง ค.ศ. 2010 เป็นต้นมา

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง