ภาพรวมตัวเลข บอลโลก 2026 สร้างรายได้ให้เจ้าภาพเท่าไร

บอลโลก 2026 สร้างรายได้ให้เจ้าภาพเท่าไร

บอลโลก 2026 สร้างรายได้ให้เจ้าภาพเท่าไร คำตอบเบื้องต้นคือ ถูกคาดว่าจะสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจในอเมริกาเหนือราว 9–9.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2.9 แสนล้านบาท โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากการท่องเที่ยว โรงแรม สายการบิน อาหาร และความบันเทิง อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ไม่ใช่กำไรสุทธิของประเทศเจ้าภาพทั้งหมด เพราะยังต้องแยกระหว่างเงินสะพัด รายได้ของ FIFA และต้นทุนที่เมืองเจ้าภาพต้องรับผิดชอบ

  • สรุปตัวเลข บอลโลก 2026 ที่อาจสร้างรายได้ให้เจ้าภาพ
  • บอลโลก 2026 สร้างรายได้ให้เจ้าภาพจากอะไรบ้าง?
  • เจ้าภาพทั้ง 3 ได้ประโยชน์ต่างกันอย่างไร?
  • ใครได้เงินมากที่สุดจากฟุตบอลโลก 2026?
  • ทำไมเงินสะพัดมหาศาล แต่ผลต่อเศรษฐกิจประเทศกลับไม่มาก?

สรุปตัวเลข บอลโลก 2026 สร้างรายได้ให้เจ้าภาพเท่าไร?

หากตอบแบบรวบรัด ฟุตบอลโลก 2026 ถูกประเมินว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในภูมิภาคอเมริกาเหนือประมาณ 9–9.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2.92–2.99 แสนล้านบาท ตลอดช่วงการแข่งขันประมาณ 6 สัปดาห์ โดยเจ้าภาพร่วมคือ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก (21 มิถุนายน 2026) [1]

แต่ตัวเลขนี้ควรเข้าใจให้ถูกต้องว่าเป็น “ผลกระทบทางเศรษฐกิจ” หรือ GDP impact ไม่ใช่เงินกำไรสุทธิที่ไหลเข้ารัฐบาลเจ้าภาพโดยตรง เพราะรายได้จากฟุตบอลโลกกระจายไปหลายส่วน ทั้งภาคท่องเที่ยว โรงแรม สายการบิน ร้านอาหาร ผู้ให้บริการท้องถิ่น รวมถึง FIFA ซึ่งมีรายได้จากลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด สปอนเซอร์ ตั๋ว และบริการพิเศษต่าง ๆ

เพื่อให้เห็นภาพง่ายขึ้น ตัวเลขสำคัญของฟุตบอลโลก 2026 สามารถสรุปได้ดังนี้

ตัวเลขหมายถึงอะไร
9–9.1 พันล้านดอลลาร์ผลกระทบทางเศรษฐกิจโดยรวมในอเมริกาเหนือ
ประมาณ 2.92–2.99 แสนล้านบาทมูลค่าเทียบเป็นเงินบาทโดยประมาณ
8 พันล้านดอลลาร์การใช้จ่ายด้านท่องเที่ยว ที่พัก เดินทาง อาหาร และความบันเทิง
6.5 ล้านคนจำนวนผู้ชมในสนามที่คาดการณ์ตลอดทัวร์นาเมนต์
2.6 ล้านคนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่คาดว่าจะเดินทางเข้าชม
40.9 พันล้านดอลลาร์ผลกระทบทางเศรษฐกิจระดับโลกในบางรายงาน
824,000 ตำแหน่งการจ้างงานโดยประมาณทั้งทางตรงและทางอ้อมในระดับโลก

จุดที่ต้องระวังคือ ตัวเลขแต่ละชุดไม่ได้หมายถึงสิ่งเดียวกัน ตัวเลข 9.1 พันล้านดอลลาร์มักใช้พูดถึงผลกระทบต่อ GDP ของ 3 ประเทศเจ้าภาพในอเมริกาเหนือ ส่วนตัวเลข 40.9 พันล้านดอลลาร์เป็นการประเมินผลกระทบในระดับโลก ซึ่งมีขอบเขตการคำนวณกว้างกว่า (17 มิถุนายน 2026) [2]

แต่ก็สามารถตอบเกี่ยวกับข้อสงสัยที่ว่า บอลโลก 2026 สร้างงานกี่ตำแหน่ง ซึ่งจากการประมาณล่าสุด จะอยู่ที่ 824,000 ตำแหน่ง ในทุกรูปแบบงานทั่วโลก (12 มิถุนายน 2026) [3]

ดังนั้น หากถามว่า บอลโลก 2026 สร้างรายได้ให้เจ้าภาพเท่าไร คำตอบที่แม่นที่สุดคือ สร้างเม็ดเงินทางเศรษฐกิจให้ภูมิภาคเจ้าภาพราว 9–9.1 พันล้านดอลลาร์ แต่เงินก้อนนี้ไม่ได้ตกเป็นรายได้สุทธิของเจ้าภาพทั้งหมด และต้องหักต้นทุนด้านความปลอดภัย โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการบริหารจัดการเมืองออกด้วย

บอลโลก 2026 สร้างรายได้ให้เจ้าภาพจากอะไรบ้าง?

บอลโลก 2026 สร้างรายได้ให้เจ้าภาพเท่าไร

รายได้ที่เกิดขึ้นกับประเทศเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2026 ไม่ได้มาจากแหล่งเดียว แต่เป็นการหมุนเวียนของเม็ดเงินในหลายภาคส่วนตลอดช่วงการแข่งขันกว่า 6 สัปดาห์ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวและการบริการ ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของมูลค่าทางเศรษฐกิจที่หลายสำนักประเมินไว้

1. การท่องเที่ยวและโรงแรม

ภาคการท่องเที่ยวถือเป็นแหล่งรายได้สำคัญที่สุดของฟุตบอลโลก 2026 โดย Allianz Research ประเมินว่าการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวมีมูลค่าประมาณ 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุมค่าที่พัก ค่าเดินทาง อาหาร และกิจกรรมท่องเที่ยว

สำหรับคำถามที่ว่า บอลโลก 2026 มีคนไปดูเยอะไหม โดยมีคาดการณ์ว่า มีผู้เข้าชมการแข่งขันประมาณ 6.5 ล้านคน รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติราว 2.6 ล้านคน ที่ยังช่วยตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับประเด็นที่ว่า บอลโลก 2026 มีนักท่องเที่ยวเท่าไหร่ และยังทำให้โรงแรมในหลายเมืองเจ้าภาพถูกคาดการณ์ว่าจะมีอัตราการเข้าพักสูงถึง 90–95% ตลอดการแข่งขัน

2. สายการบินและการเดินทาง

การเดินทางระหว่าง 16 เมืองเจ้าภาพใน 3 ประเทศ ส่งผลให้สายการบิน ระบบขนส่งสาธารณะ รถเช่า และบริการเดินทางได้รับอานิสงส์โดยตรงจากความต้องการเดินทางที่เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ เมืองเจ้าภาพหลายแห่งยังมีรายได้เพิ่มจากบริการขนส่งภายในเมืองและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยว ซึ่งช่วยให้เม็ดเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจท้องถิ่นมากขึ้น

3. ร้านอาหาร ความบันเทิง และสินค้า

ตลอดช่วงการแข่งขัน แฟนบอลไม่ได้ใช้จ่ายเฉพาะค่าตั๋วเข้าชมการแข่งขัน แต่ยังใช้จ่ายกับร้านอาหาร คาเฟ่ แหล่งท่องเที่ยว สถานบันเทิง และร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึกในเมืองเจ้าภาพ

ธุรกิจค้าปลีกและผู้ประกอบการท้องถิ่นจึงมีโอกาสสร้างรายได้เพิ่มขึ้นจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้ามา พร้อมกับการจัดกิจกรรมและเทศกาลต่าง ๆ รอบการแข่งขัน

4. ภาษีและการใช้จ่ายภาครัฐ

เมื่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น รัฐบาลและหน่วยงานท้องถิ่นก็มีโอกาสได้รับรายได้จากภาษีที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว การบริโภค และการให้บริการภายในประเทศ

ขณะเดียวกัน ภาครัฐยังมีการใช้จ่ายเพื่อรองรับการแข่งขัน ทั้งด้านการรักษาความปลอดภัย การคมนาคม และการบริหารจัดการเมือง ซึ่งช่วยให้เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจระหว่างการจัดการแข่งขันเช่นกัน

สหรัฐฯ เม็กซิโก และแคนาดา ได้ประโยชน์ต่างกันอย่างไร?

แม้ฟุตบอลโลก 2026 จะจัดร่วมกัน 3 ประเทศ จนเกิดเป็นคำถาม เจ้าภาพ ได้ประโยชน์อะไรจาก บอลโลก แต่ก็ต้องเข้าใจและยอมรับว่า ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจไม่ได้กระจายเท่ากัน เนื่องจากจำนวนเมืองเจ้าภาพ ขนาดเศรษฐกิจ และโครงสร้างอุตสาหกรรมของแต่ละประเทศแตกต่างกัน ทำให้เม็ดเงินที่ได้รับและผลกระทบต่อเศรษฐกิจก็แตกต่างกันตามไปด้วย

สหรัฐฯ ได้เงินมากสุด แต่ผลต่อ GDP ยังจำกัด

สหรัฐอเมริกาเป็นเจ้าภาพหลักของฟุตบอลโลก 2026 โดยรับหน้าที่จัดการแข่งขัน 78 จากทั้งหมด 104 นัด และมีเมืองเจ้าภาพมากที่สุด จึงถูกคาดว่าจะได้รับเม็ดเงินทางเศรษฐกิจสูงสุดในบรรดา 3 ประเทศ

รายงานหลายฉบับประเมินว่า สหรัฐฯ อาจได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจราว 6.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับขนาดเศรษฐกิจของประเทศแล้ว ผลต่อ GDP ยังอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ

เม็กซิโกอาจเห็นผลชัดกว่าเพราะพึ่งพาท่องเที่ยวมากกว่า

แม้เม็กซิโกจะจัดการแข่งขันน้อยกว่าสหรัฐฯ แต่หลายสำนักมองว่าเม็กซิโกอาจได้รับอานิสงส์ในสัดส่วนที่ชัดเจนกว่า เนื่องจากเศรษฐกิจพึ่งพาภาคการท่องเที่ยวและบริการค่อนข้างมาก

เมืองเจ้าภาพอย่าง เม็กซิโกซิตี กวาดาลาฮารา และมอนเตร์เรย์ มีโอกาสได้รับเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทั้งในด้านโรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจบริการ ซึ่งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นได้อย่างเห็นผล

แคนาดาได้ประโยชน์ แต่ต้องชั่งกับต้นทุนเมืองเจ้าภาพ

แคนาดาเป็นเจ้าภาพร่วมผ่านเมือง โตรอนโต และ แวนคูเวอร์ ซึ่งคาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายของแฟนบอลเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม หลายรายงานชี้ว่า เมืองเจ้าภาพยังต้องลงทุนด้านการรักษาความปลอดภัย ระบบขนส่ง และการเตรียมความพร้อมของเมืองเพิ่มเติม ทำให้ผลประโยชน์ที่ได้รับจำเป็นต้องพิจารณาควบคู่กับต้นทุนที่เกิดขึ้น ไม่ใช่มองเฉพาะตัวเลขรายได้เพียงด้านเดียว

ตลอดการแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2026 จะสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ทั้ง 3 ประเทศ แต่ระดับผลประโยชน์ของแต่ละแห่งย่อมแตกต่างกันตามจำนวนแมตช์ที่จัด โครงสร้างเศรษฐกิจ และความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลที่เดินทางเข้ามาในช่วงทัวร์นาเมนต์

ใครได้เงินมากที่สุดจากฟุตบอลโลก 2026?

แม้ฟุตบอลโลก 2026 จะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนจำนวนมหาศาล แต่ผลประโยชน์ไม่ได้กระจายเท่ากันทุกฝ่าย บางองค์กรมีรายได้โดยตรงจากการแข่งขัน ขณะที่บางธุรกิจได้รับอานิสงส์จากนักท่องเที่ยว ส่วนเมืองเจ้าภาพเองอาจไม่ได้รับผลตอบแทนมากอย่างที่หลายคนเข้าใจ

FIFA ได้รายได้จากลิขสิทธิ์ สปอนเซอร์ ตั๋ว และสินค้า

ผู้ได้รับประโยชน์โดยตรงมากที่สุดคือ FIFA ซึ่งเป็นเจ้าของสิทธิ์การแข่งขันและบริหารรายได้หลักของทัวร์นาเมนต์ โดยรายได้สำคัญของ FIFA มาจากหลายช่องทาง ได้แก่

  • ค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดทั่วโลก
  • รายได้จากผู้สนับสนุน (Sponsors)
  • การจำหน่ายบัตรเข้าชม
  • สิทธิ์ด้าน Hospitality
  • สินค้าและลิขสิทธิ์เชิงพาณิชย์

ฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งเป็นทัวร์นาเมนต์ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ทั้งจำนวนทีม จำนวนแมตช์ และผู้ชมทั่วโลก ยังถูกคาดว่าจะทำให้รายได้ของ FIFA เพิ่มขึ้นจากการแข่งขันครั้งก่อนอย่างมีนัยสำคัญ

โรงแรม สายการบิน และภาคบริการคือผู้ชนะระยะสั้น

นอกจาก FIFA แล้ว กลุ่มธุรกิจที่ได้รับประโยชน์ชัดเจนที่สุดคือภาคบริการ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางและการท่องเที่ยว

กลุ่มที่ได้รับอานิสงส์ ได้แก่

  • โรงแรมและที่พัก
  • สายการบิน
  • ร้านอาหาร
  • ธุรกิจท่องเที่ยว
  • ร้านค้าปลีกและของที่ระลึก

ธุรกิจเหล่านี้มีโอกาสสร้างรายได้เพิ่มขึ้นจากจำนวนนักท่องเที่ยวหลายล้านคนที่เดินทางเข้าสู่เมืองเจ้าภาพตลอดการแข่งขัน แม้ผลบวกส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้น ๆ ของทัวร์นาเมนต์

เมืองเจ้าภาพอาจไม่ได้กำไรเท่าที่ตัวเลขบอก

แม้หลายเมืองจะมีเม็ดเงินสะพัดจากการจัดการแข่งขัน แต่ไม่ได้หมายความว่าเมืองเจ้าภาพจะได้รับกำไรทั้งหมด

รายได้จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจต้องถูกพิจารณาควบคู่กับค่าใช้จ่ายในการเตรียมความพร้อม เช่น การรักษาความปลอดภัย ระบบขนส่ง การบริหารจัดการพื้นที่ และบริการสาธารณะต่าง ๆ

ด้วยเหตุนี้ ตัวเลขเงินสะพัดที่ถูกพูดถึงจึงสะท้อนภาพของกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวม มากกว่าผลกำไรที่ตกถึงเมืองเจ้าภาพโดยตรง ซึ่งเป็นประเด็นที่มักถูกเข้าใจคลาดเคลื่อนเมื่อพูดถึงผลตอบแทนจากฟุตบอลโลกแต่ละครั้ง

ทำไมฟุตบอลโลกสร้างเงินสะพัดมหาศาล แต่ผลต่อเศรษฐกิจประเทศกลับไม่มาก?

บอลโลก 2026 สร้างรายได้ให้เจ้าภาพเท่าไร

ตัวเลขมูลค่าทางเศรษฐกิจของฟุตบอลโลก 2026 ที่สูงถึง 9–9.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อาจทำให้หลายคนเข้าใจว่าเจ้าภาพได้รับกำไรมหาศาล แต่ในทางเศรษฐศาสตร์ ตัวเลขนี้ไม่ใช่กำไรสุทธิของประเทศ หากเป็นผลจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นระหว่างการแข่งขัน ซึ่งยังมีต้นทุนและข้อจำกัดอีกหลายด้าน

เงินสะพัด ไม่ได้แปลว่า กำไรสุทธิของประเทศ

คำว่า “เงินสะพัด” หมายถึงเม็ดเงินที่หมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจ เช่น นักท่องเที่ยวจ่ายค่าที่พัก ร้านอาหาร ค่าเดินทาง หรือซื้อสินค้าต่าง ๆ ซึ่งช่วยให้ธุรกิจในพื้นที่มีรายได้เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม เม็ดเงินเหล่านี้ไม่ได้กลายเป็นรายได้ของรัฐบาลทั้งหมด และไม่ได้หมายความว่าประเทศเจ้าภาพจะมีกำไรเท่ากับตัวเลขที่ถูกประเมินไว้ เพราะรายได้ยังถูกกระจายไปยังภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการ และผู้ให้บริการจำนวนมาก

ผลกระทบต่อ GDP อยู่ในระดับจำกัด

แม้ฟุตบอลโลกจะสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจจำนวนมาก แต่หลายสำนักวิจัยกลับประเมินว่า ผลต่อ GDP ของประเทศเจ้าภาพยังอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ

ตัวอย่างการประเมินจาก Allianz Research ได้แก่

ประเทศGDP เพิ่มขึ้นโดยประมาณ
สหรัฐอเมริกา0.1%
เม็กซิโก0.3%
แคนาดา0.2%

สาเหตุสำคัญคือ ฟุตบอลโลกเป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาจำกัด ผลบวกส่วนใหญ่จึงเป็นแรงกระตุ้นระยะสั้น มากกว่าจะเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว

ต้นทุนที่เจ้าภาพต้องรับมีอะไรบ้าง?

แม้หลายสนามจะเป็นสนามที่มีอยู่เดิม แต่ประเทศและเมืองเจ้าภาพยังต้องใช้งบประมาณในการเตรียมความพร้อมหลายด้าน เช่น

  • การรักษาความปลอดภัย
  • การบริหารจัดการจราจรและระบบขนส่ง
  • การปรับปรุงสนามแข่งขันให้เป็นไปตามมาตรฐาน FIFA
  • การจัดการพื้นที่รอบสนามและแฟนโซน
  • การเตรียมบริการสาธารณะและแผนรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

ต้นทุนเหล่านี้เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้การประเมินความสำเร็จของฟุตบอลโลก ไม่สามารถดูจากตัวเลขเงินสะพัดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาควบคู่กับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นระหว่างการเป็นเจ้าภาพด้วย

สรุป บอลโลก 2026 สร้างรายได้ให้เจ้าภาพเท่าไร?

หากตอบคำถามสั้น ๆ ฟุตบอลโลก 2026 ถูกประเมินว่าจะสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจให้กับ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก รวมประมาณ 9–9.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2.9 แสนล้านบาท โดยมีภาคการท่องเที่ยวและบริการเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่สุด

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าเจ้าภาพจะได้รับกำไรทั้งหมด เพราะรายได้ถูกกระจายไปยังหลายภาคส่วน ทั้งธุรกิจโรงแรม สายการบิน ร้านอาหาร และผู้ประกอบการท้องถิ่น ขณะเดียวกัน เมืองเจ้าภาพก็ยังต้องรับภาระค่าใช้จ่ายด้านความปลอดภัย การคมนาคม และการจัดการแข่งขัน

ดังนั้น หากมองในมุมเศรษฐกิจ ฟุตบอลโลก 2026 ถือเป็นโอกาสสำคัญในการกระตุ้นการใช้จ่ายและการท่องเที่ยวในระยะสั้น แต่ผลตอบแทนที่แท้จริงของแต่ละประเทศยังขึ้นอยู่กับความสามารถในการเปลี่ยนเม็ดเงินจากมหกรรมกีฬาให้กลายเป็นการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. ฟุตบอลโลก 2026 สร้างรายได้ให้เจ้าภาพกี่บาท?

หลายสำนักประเมินว่าจะสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจรวมประมาณ 9–9.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2.9 แสนล้านบาท ตลอดการแข่งขัน

2. ประเทศไหนได้ประโยชน์มากที่สุด?

สหรัฐอเมริกาคาดว่าจะได้รับเม็ดเงินมากที่สุด เนื่องจากเป็นเจ้าภาพการแข่งขันถึง 78 จาก 104 นัด และมีเมืองเจ้าภาพมากที่สุดในทั้ง 3 ประเทศ

3. ธุรกิจใดได้รับอานิสงส์มากที่สุด?

กลุ่มที่ได้รับประโยชน์โดยตรง ได้แก่ โรงแรม ที่พัก สายการบิน ร้านอาหาร ธุรกิจท่องเที่ยว และธุรกิจค้าปลีกในเมืองเจ้าภาพ

4. ฟุตบอลโลกทำให้เศรษฐกิจประเทศโตมากหรือไม่?

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจมีในเชิงบวก แต่ยังอยู่ในระดับจำกัด โดยหลายสำนักประเมินว่า GDP ของประเทศเจ้าภาพจะเพิ่มขึ้นเพียงประมาณ 0.1–0.3% เนื่องจากการแข่งขันเป็นแรงกระตุ้นระยะสั้น

5. ตัวเลข 9.1 พันล้านดอลลาร์ คือกำไรของเจ้าภาพหรือไม่?

ไม่ใช่ ตัวเลขดังกล่าวหมายถึง ผลกระทบทางเศรษฐกิจ (Economic Impact) หรือมูลค่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากการแข่งขัน ไม่ใช่กำไรสุทธิหรือรายได้ที่รัฐบาลได้รับโดยตรง

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง