
ประวัติ ไพ่บริดจ์ จุดเริ่มต้น วิธีเล่นที่ทำให้เกมไพ่กลายเป็นกีฬา
- Ye Jin
- 83 views

ประวัติ ไพ่บริดจ์ คือจุดเริ่มต้นของการทำความเข้าใจเกมไพ่ ที่เน้นทักษะ การคิดวิเคราะห์ และการเล่นเป็นทีม เนื้อหาทั้งหมดนี้ จะพาไปรู้จักไพ่บริดจ์ตั้งแต่ที่มา วิธีเล่น เหตุผลที่ถูกจัดเป็นกีฬาสมอง ไปจนถึงการเปรียบเทียบกับเกมไพ่ประเภทอื่น เพื่อให้เห็นภาพรวมแบบเข้าใจง่าย
- อธิบายเกี่ยวกับไพ่บริดจ์
- ประวัติความเป็นมาของไพ่บริดจ์
- ความโดดเด่นของเกมไพ่บริดจ์
คำอธิบายเกี่ยวกับไพ่บริดจ์
ไพ่บริดจ์เป็นเกมที่ใช้ไพ่สำรับมาตรฐาน 52 ใบ มีทั้งหมด 4 ดอก โดยเรียงลำดับความใหญ่ของดอกจากโพดำ โพแดง ข้าวหลามตัด และดอกจิก ส่วนหน้าไพ่เรียงจากเอซลงไปถึงเลข 2 ผู้เล่นมี 4 คน แบ่งเป็น 2 ทีม ทีมละ 2 คน นั่งตรงข้ามกันเป็นคู่หู การจับคู่ และกำหนดผู้แจกไพ่คนแรกใช้วิธีจับไพ่จากกอง
ผู้ที่ได้ไพ่สูงสุดสองคนจะเป็นคู่เดียวกัน และหากมีผู้เล่นเกิน 4 คน จะใช้การจับไพ่เพื่อจัดลำดับสิทธิ์ ใครได้ไพ่ต่ำสุดจะต้องรอเล่นรอบถัดไป โดยกรณีที่ไพ่แต้มเท่ากันจะตัดสินจากดอกไพ่ที่มีลำดับสูงกว่า
ที่มา: How to play contract bridge (20 กรกฎาคม 1998) [1]
ประวัติความเป็นมาของไพ่บริดจ์
ไพ่บริดจ์มีต้นกำเนิดมาจากเกมไพ่ ประเภทกินรอบวงอย่างวิสต์ (Whist) ซึ่งได้รับความนิยมในยุโรปมานานหลายศตวรรษ โดยมีบันทึกเกี่ยวกับเกมไพ่ลักษณะใกล้เคียงตั้งแต่ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 16 ต่อมาในช่วงศตวรรษที่ 19 ได้เกิดเกมที่เรียกว่า “บิริตช์” (Biritch)
บิริตช์ซึ่งถือเป็นต้นแบบสำคัญของไพ่บริดจ์ และมีการบันทึกกติกาอย่างเป็นทางการครั้งแรกในปี ค.ศ. 1886 หลังจากนั้นเกมได้พัฒนาสู่รูปแบบ “ออคชันบริดจ์” ในปี ค.ศ. 1904 ก่อนจะถูกปรับปรุงระบบการนับคะแนนจนกลายเป็น “คอนแทรกต์บริดจ์” ในปี ค.ศ. 1925
ซึ่งก็เป็นรูปแบบมาตรฐาน ที่ใช้เล่นกันมาจนถึงปัจจุบัน และทำให้ไพ่บริดจ์กลายเป็นเกมที่เน้นทักษะ การวางแผน และการทำงานเป็นทีมอย่างแท้จริง
ที่มา: Contract bridge (1 มกราคม 2026) [2]
วิธีการเล่นไพ่บริดจ์แบบเข้าใจง่าย
ไพ่บริดจ์เป็นเกมไพ่ที่เล่นด้วยผู้เล่น 4 คน แบ่งเป็น 2 ทีม ทีมละ 2 คน ใช้ไพ่สำรับมาตรฐาน 52 ใบ แจกให้คนละ 13 ใบ เป้าหมายคือการร่วมมือกับคู่ของตน เพื่อกินไพ่ให้ได้มากกว่าฝ่ายตรงข้าม การเล่นหนึ่งรอบจะแบ่งออกเป็น 13 ตา ตามจำนวนไพ่ โดยแต่ละตาผู้เล่นจะลงไพ่ และตัดสินผู้ชนะจากไพ่ที่มีลำดับสูงกว่า
ก่อนเริ่มเกมไพ่จะมีช่วง “ประมูล” เพื่อกำหนดว่าฝ่ายใดเป็นคนเดินไพ่ และต้องทำแต้มให้ได้ตามที่สัญญาไว้ จากนั้นเข้าสู่ช่วง “เดินไพ่” ซึ่งฝ่ายเดินไพ่จะพยายามทำตามสัญญา ส่วนฝ่ายป้องกันจะขัดขวางไม่ให้ทำสำเร็จ
การประมูลจะอ้างอิงจากแต้มไพ่ในมือ เช่น A, K, Q, J ซึ่งยิ่งมีแต้มมากก็ยิ่งประมูลได้สูง บริดจ์จึงเป็นเกมที่ต้องใช้การคิด วางแผน และการทำงานเป็นทีมควบคู่กันอย่างมาก
ที่มา: มาทำความรู้จัก “กีฬาบริดจ์” กันเถอะ (3 กุมภาพันธ์ 2020) [3]
ความโดดเด่นของเกมไพ่บริดจ์

ไพ่บริดจ์เป็นเกมไพ่ที่เน้นการใช้ความคิดมากกว่าการพึ่งดวง เมื่อเข้าใจหลักการพื้นฐานแล้วจะเห็นว่าเกมนี้ออกแบบมาให้ผู้เล่นวางแผนและทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ โดยมีจุดเด่นสำคัญดังนี้
- เล่นเป็นทีม บริดจ์วัดความสามารถจากการทำงานร่วมกับคู่ ไม่ใช่แค่ฝีมือคนเดียว การเดินไพ่และการประมูลคือการสื่อสารทางอ้อมตลอดเกม
- การประมูลกำหนดทิศทางเกม ช่วงประมูลเป็นการประเมินไพ่ในมือและคาดเดาไพ่ของคู่ ช่วยกำหนดบทบาทของแต่ละฝ่ายตั้งแต่ต้นเกม
- ใช้ทักษะมากกว่าดวง แม้ไพ่จะสุ่มแจก แต่ผลแพ้ชนะขึ้นกับการวางแผน การอ่านเกม และการตัดสินใจเป็นหลัก
- ฝึกการคิดอย่างเป็นระบบ เกมต้องใช้การวิเคราะห์ การจำไพ่ และการคิดล่วงหน้าในทุกตา ไม่ใช่เล่นตามอารมณ์
- การแข่งขันยุติธรรม การแข่งแบบใช้ไพ่ชุดเดียวกันหลายโต๊ะ ทำให้คะแนนสะท้อนฝีมือมากกว่าความได้เปรียบจากไพ่
เข้าใจเหตุผลที่ไพ่บริดจ์จัดเป็นกีฬา
แม้ไพ่บริดจ์จะเป็นเกมที่นั่งเล่นบนโต๊ะ แต่ถูกจัดเป็นกีฬาเพราะเน้นการวัดทักษะมากกว่าดวง ผลแพ้ชนะขึ้นอยู่กับการคิด วิเคราะห์ วางแผน และการตัดสินใจของผู้เล่นตลอดทั้งเกม อีกทั้งยังมีกติกา และระบบการแข่งขันที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก มีการจัดแข่งอย่างเป็นทางการหลายระดับ
การแข่งขันต้องใช้สมาธิสูง และต่อเนื่องเป็นเวลานาน ไม่ต่างจากกีฬาทั่วไป รวมถึงต้องเล่นเป็นทีม มีวินัย เคารพกติกา และแข่งขันอย่างยุติธรรม จึงทำให้ไพ่บริดจ์ถูกยอมรับว่าเป็นกีฬาสมอง ไม่ใช่แค่เกมไพ่เพื่อความบันเทิงเท่านั้น
เปรียบเทียบ กีฬาไพ่บริดจ์ vs กีฬาโป๊กเกอร์
แม้ทั้งไพ่บริดจ์ และ เกมไพ่ โป๊กเกอร์ จะถูกจัดเป็นกีฬาสมองเหมือนกัน แต่แนวคิด วิธีเล่น และทักษะที่ใช้แตกต่างกันพอสมควร การแบ่งออกเป็น 2 ประเภท จะช่วยให้เห็นความต่างได้ชัดเจนมากขึ้น
กีฬาไพ่บริดจ์
- บริดจ์เป็นกีฬาที่เน้นการเล่นเป็นทีม ผู้เล่นต้องอาศัยการวางแผนล่วงหน้า การคิดเป็นระบบ และการคุยกันกับคู่ของตนตลอดเกม
- ช่วงประมูล และการเดินไพ่ เป็นหัวใจสำคัญที่ใช้ทักษะการวิเคราะห์ มากกว่าการเสี่ยง
- ผลการแข่งขันมักสะท้อนฝีมือระยะยาว เนื่องจากมีระบบการแข่งขันที่ช่วยลดผลของดวง เช่น การใช้ไพ่ชุดเดียวกันหลายโต๊ะ
กีฬาโป๊กเกอร์
- โป๊กเกอร์เป็นกีฬาที่เน้นการแข่งขันรายบุคคล
- ผู้เล่นต้องอ่านคู่ต่อสู้ บริหารความเสี่ยง และตัดสินใจจากข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน
- กลยุทธ์อย่างการบลัฟ และการจัดการเงินมีบทบาทสูง
- แม้ทักษะจะสำคัญ แต่ผลลัพธ์ในระยะสั้นมีความผันผวนมากกว่า จึงต้องอาศัยประสบการณ์ และการควบคุมอารมณ์ควบคู่ไปด้วย
บทสรุป ประวัติ ไพ่บริดจ์
ประวัติ ไพ่บริดจ์ แสดงให้เห็นการพัฒนาจากเกมไพ่ทั่วไป สู่กีฬาสมองที่เน้นทักษะ การคิดวิเคราะห์ และการเล่นเป็นทีม เนื้อหาทั้งหมดช่วยให้เข้าใจทั้งที่มา วิธีเล่น ความโดดเด่น เหตุผลที่ถูกจัดเป็นกีฬา และข้อกฎหมายในไทย ทำให้เห็นว่าไพ่บริดจ์เป็นมากกว่าเกมไพ่ธรรมดา
ไพ่บริดจ์ ถือเป็นเกมพนันในคาสิโนหรือไม่ ?
ไพ่บริดจ์โดยทั่วไปไม่ถือเป็นเกมพนันในคาสิโน เพราะเน้นการใช้ทักษะ การวางแผน และการเล่นเป็นทีมมากกว่าการเสี่ยงดวง แม้บางการแข่งขันจะมีเงินรางวัล แต่เป็นรูปแบบกีฬา ไม่ใช่การพนันแบบเกมคาสิโน
คนไทยเล่นไพ่บริดจ์ เสี่ยงโดนจับไหม ?
คนไทยเล่นไพ่บริดจ์ โดยทั่วไปไม่ผิดกฎหมาย หากเล่นในเชิงกีฬา และไม่มีการเล่นเอาเงินได้เสีย แต่ถ้ามีการเดิมพัน หรือมีเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง ก็อาจเข้าข่ายการพนัน และเสี่ยงถูกจับได้
- Tags: คาสิโน


