วิเคราะห์ พฤติกรรมคนดูบอลโลก 2026 มีแนวโน้มเป็นยังไง

พฤติกรรมคนดูบอลโลก 2026

พฤติกรรมคนดูบอลโลก 2026 เป็นยังไง ในช่วงนี้ถือว่าเป็นช่วงที่คนดูบอลมากขึ้น อยู่กับเพื่อนมากขึ้น และใช้จ่ายกับบรรยากาศการเชียร์มากขึ้น โดยมีทั้งการดูสด อัปเดตผล และเสพคอนเทนต์ออนไลน์ควบคู่กัน รวมถึงการซื้อของกิน ของดื่ม และของเชียร์ที่เพิ่มตามกระแส ทำให้ช่วงบอลโลก เห็นทั้งพฤติกรรมการดูบอล และการใช้เงินที่ชัดขึ้น

  • เข้าใจพฤติกรรมของคอบอล
  • พฤติกรรมการดูกีฬาของแต่ละเจเนอเรชัน
  • เจาะลึกพฤติกรรมคอบอลที่เป็นนักพนัน

เข้าใจพฤติกรรมของคอบอลในช่วงบอลโลก

ช่วงบอลโลก คนดูบอลจะเปลี่ยนพฤติกรรมไปพอสมควร ใช้เวลากับฟุตบอลมากขึ้น ทั้งตามข่าว ดูสด เช็กผล หรือคุยกับคนรอบตัว แม้คนที่ปกติไม่ค่อยดูบอล ก็ยังมีส่วนร่วม เพราะบรรยากาศมันพาให้สนใจมากขึ้น เลยเห็นการดูเป็นกลุ่มทั้งที่บ้าน ร้าน หรือออนไลน์ พร้อมการอัปเดตผ่านโซเชียลตลอดเวลา

นอกจากนี้การใช้จ่ายก็จะขยับตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เครื่องดื่ม เสื้อทีม หรือของที่ช่วยเพิ่มอารมณ์การเชียร์ จนกลายเป็นช่วงที่ฟุตบอล ไม่ได้อยู่แค่ในสนาม แต่เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของคนมากขึ้น แบบเห็นได้ชัด

พฤติกรรมการดูกีฬา แต่ละเจเนอเรชันเป็นยังไง?

ช่วงหลังมานี้ พฤติกรรมการดูกีฬาเปลี่ยนชัด โดยเฉพาะช่วงโควิดปี 2019–2020 ที่คนไปดูในสนามน้อยลง ทำให้การรับชมย้ายจาก TV ไปออนไลน์มากขึ้น ซึ่งก็มีแนวโน้มว่าการดู Online เพิ่มจาก 63% ปี 2018 เป็น 65% ปี 2019 และ 66% ปี 2020

ขณะที่ TV ลดจาก 79% เป็น 76% และ 74% ตามลำดับ แปลว่าคนไม่ได้ดูผ่านช่องทางเดียวแล้ว แต่เป็นการดูผสมทั้งไลฟ์ ไฮไลต์ และโซเชียลพร้อมกัน อีกส่วนสำคัญคือแต่ละเจนมีวิธีเสพคอนเทนต์กีฬาไม่เหมือนกัน เช่น

  • Gen Z เด่นสุดคือดูแบบ Live Stream บนโซเชียล (45%) ตามด้วยดูไฮไลต์ (41%) และมีส่วนร่วมแบบเรียลไทม์ เช่นแชท/คอมเมนต์ (35%) ซึ่งสะท้อนว่าคอนเทนต์ต้องเร็ว และอินเทอร์แอคทีฟ หลายคนที่สงสัยว่า คนเจน Z ดูบอลโลก 2026 ไหม ข้อนี้ถือว่าเป็นคำตอบที่ชัดเจน
  • Millennials สนใจคอนเทนต์ที่หลากหลาย เช่น มุมกล้องต่างๆ (38%) ไฮไลต์ (34%) และบทสัมภาษณ์นักกีฬา (31%) จะเน้นอรรถรสและรายละเอียดมากขึ้น
  • Gen X ยังดูค่อนข้างครบเกม แต่จะโฟกัสคอนเทนต์เสริมแบบพอดี เช่น มุมกล้อง (33%) ไฮไลต์ (32%) และบทสัมภาษณ์ (24%)
  • Baby Boomers เน้นดูแบบตรงไปตรงมา มุมกล้อง (28%) ไฮไลต์ (21%) และ Live chat (12%) จะมีส่วนร่วมออนไลน์น้อยที่สุดเมื่อเทียบทุกเจน

ที่มา: ชวนส่องพฤติกรรม “ย้ายถิ่น” จากสนามหญ้าสู่สนามออนไลน์ (4 พฤษภาคม 2021) [1]

พฤติกรรมการช้อปสินค้าในช่วงบอลโลก มีสินค้าอะไรขายดี?

  • ทีวีและโฮมเธียเตอร์ ช่วงที่มีทัวร์นาเมนต์ใหญ่ เช่น ฟุตบอลโลก 2022 และเตรียมต่อเนื่องถึง 2026 มักดันยอดขายทีวีโตเฉลี่ยราว 20% เพราะคนบางกลุ่มอัปเกรดเป็นจอใหญ่หรือสมาร์ททีวีเพื่อเพิ่มอรรถรสในการดู
  • อาหารและเครื่องดื่มเป็นกลุ่มที่เห็นผลชัดที่สุดในทุกทัวร์นาเมนต์ เช่น ปี 2010 ยอดขาย Coca-Cola โตประมาณ 5% หรือราว 550 ล้านดอลลาร์ และปี 2018 รายได้ครึ่งปีเพิ่ม 6.4% จากอานิสงส์ฟุตบอลโลก โดยรวมทั้งขนมและเครื่องดื่มที่ขายดีตามการดูบอลแบบปาร์ตี้
  • ร้านอาหารและสถานบันเทิง ช่วงแข่งจริงจะเห็นร้าน ผับ บาร์ และร้านอาหารมีลูกค้าเพิ่มขึ้นจากการรวมกลุ่มดูบอล โดยเฉพาะช่วงกลางคืนที่มีการถ่ายทอดสด ทำให้ยอดจองโต๊ะและยอดขายเครื่องดื่มเพิ่มขึ้นแบบระยะสั้น
  • เสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬา โดยเฉพาะเสื้อทีมชาติและสินค้าธีมฟุตบอลขายดีขึ้นชัดเจน ช่วงฟุตบอลโลกดัน Adidas โตราว 14% แตะ 6.6 พันล้านดอลลาร์ พร้อมออเดอร์เกี่ยวกับทัวร์นาเมนต์ประมาณ 290 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ Nike และแบรนด์อื่นๆ ก็ได้อานิสงส์จากสินค้าแฟนบอลเช่นกัน

โดยรวมแล้วฟุตบอลโลก ไม่ได้แค่สร้างความสนุก แต่เป็นตัวดันการใช้จ่ายหลายอุตสาหกรรมในช่วงสั้นๆ และที่หลายคนสงสัยว่า ช่วงบอลโลก สินค้าอะไรขายดี  ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มทีวี อาหารและเครื่องดื่ม ร้านอาหาร และสินค้าแฟนบอล เพราะทั้งหมดผูกกับพฤติกรรมการดูบอลและการรวมกลุ่มเชียร์โดยตรง

ที่มา: 4 ปีมีครั้ง แต่ทำไมหลายธุรกิจถึงรอฟุตบอลโลก อานิสงส์ยอดขายพุ่ง (8 มิถุนายน 2026) [2]

เจาะลึกพฤติกรรมคอบอลที่เป็นนักพนัน

พฤติกรรมคนดูบอลโลก 2026

ช่วงฟุตบอลโลก 2026 อีกมุมที่เห็นชัดนอกจากการเชียร์บอล คือพฤติกรรมคอบอลสายพนัน ที่มักเพิ่มขึ้นตามกระแสการดูบอลสด โดยเฉพาะการเล่นกันในกลุ่มเพื่อน ทำให้เงินบางส่วนไม่ได้หมุนในระบบเศรษฐกิจจริง แต่ไหลไปอยู่ในวงพนันแทน

  • ภาพรวมเงินหมุนเวียน ประมาณ 68,000 ล้านบาท แต่ราว 48,000 ล้านบาทเกี่ยวข้องกับการพนันบอล
  • การเข้าถึง เข้าถึงได้ง่ายมาก สูงถึง 99.3%
  • พฤติกรรมการเล่น มากกว่า 57.1% ใช้เงินตัวเอง เช่น เงินเดือนหรือเงินออม
  • รูปแบบที่เจอบ่อย เล่นกับเพื่อนหรือคนรู้จัก สูงถึง 76.3%
  • เงินต่อแมตช์ เฉลี่ยประมาณ 1,109 บาท
  • รวมทั้งทัวร์นาเมนต์ อาจสะสมเกือบ 19,933 บาทต่อคน
  • ผลกระทบ ไม่ได้จบแค่เรื่องเสียเงิน แต่ยังเสี่ยงหนี้สิน กระทบการใช้ชีวิต การเรียน การทำงาน และอาจมีพฤติกรรมเสี่ยงอื่นๆ ตามมาในช่วงเชียร์บอล

ที่มา: เจาะพฤติกรรมพนันบอลโลก 2026 (18 มิถุนายน 2026) [3]

หารายได้เสริมในช่วงบอลโลก ทำอะไรดี?

ช่วงฟุตบอลโลกพฤติกรรมคนเปลี่ยนชัด ดูบอลมากขึ้น อยู่กับเพื่อนมากขึ้น และใช้จ่ายกับบรรยากาศการเชียร์มากขึ้น ทำให้เกิดโอกาสหารายได้เสริมจากดีมานด์ระยะสั้นหลายอย่าง และถ้าถามว่า ช่วงบอลโลก หารายได้เสริมอะไรดี ก็คงมีไม่กี่อย่างที่ตอบโจทย์พฤติกรรมช่วงนี้ เช่น

  • ขายอาหารและเครื่องดื่ม ของกินเล่น เครื่องดื่ม หรือเซ็ตดูบอล ขายตามช่วงเวลาแข่ง เหมาะกับกระแสปาร์ตี้ดูบอล
  • ทำคอนเทนต์เกี่ยวกับบอล สรุปผลบอล ไฮไลต์ หรือคอนเทนต์เกาะกระแส เพราะคนเสพข้อมูลเร็วและแชร์ต่อไว
  • ขายของแฟนบอล ธง เสื้อ หรือของเชียร์ต่างๆ ที่ช่วยเพิ่มอารมณ์ร่วมในช่วงแข่งขัน

ทำไม หลายคนอยากหารายได้เสริมช่วงบอลโลก?

ช่วงบอลโลกคนจะดูบอลกันเยอะขึ้น ใช้เวลากับเพื่อนมากขึ้น แล้วก็ใช้จ่ายกับบรรยากาศการเชียร์มากขึ้น เลยกลายเป็นโอกาสหารายได้เสริมระยะสั้น เพราะของกิน ของดื่ม หรือของเชียร์จะขายดีตามพฤติกรรมคนที่รวมตัวดูทั้งบ้าน ร้านอาหาร หรือดูออนไลน์กันเยอะขึ้น

อีกทั้งหลายอย่างก็เริ่มได้ง่าย ไม่ต้องลงทุนเยอะ เช่น ขายของเล็กๆ ทำคอนเทนต์ หรือรับงานตามช่วงแข่ง ซึ่งก็จัดว่าเป็นช่วงที่คนใช้เงินมากขึ้น ทำให้การหารายได้เสริมทำได้ง่าย และเห็นผลไวในช่วงนี้

สรุปภาพรวม พฤติกรรมคนดูบอลโลก 2026

พฤติกรรมคนดูบอลโลก 2026 คือคนดูบอลมากขึ้น ใช้ชีวิตกับฟุตบอลมากขึ้น และใช้จ่ายกับบรรยากาศการเชียร์มากขึ้น ทั้งดูสด อัปเดตผล และเสพคอนเทนต์ออนไลน์ควบคู่กัน รวมถึงใช้เงินกับอาหาร เครื่องดื่ม เสื้อทีม และของเชียร์ที่เพิ่มตามกระแส ทำให้เห็นทั้งพฤติกรรมการดูบอล และการใช้จ่ายที่ชัดขึ้นในช่วงเดียวกัน

แทงบอล ถือว่าเป็นการหารายได้เสริมในช่วงบอลโลกไหม?

แทงบอลไม่ถือว่าเป็นการหารายได้เสริมในช่วงบอลโลก เพราะเป็นการพนันที่ผลลัพธ์ไม่แน่นอน มีความเสี่ยงเสียเงินสูง และไม่เหมือนอาชีพเสริมที่สร้างรายได้ได้จริงและยั่งยืน

ทำไม การแทงบอลถึงเสี่ยงหมดตัวได้?

การแทงบอลเสี่ยงหมดตัวได้ เพราะผลลัพธ์ไม่แน่นอน และควบคุมไม่ได้ หลายคนเมื่อเสียมักเพิ่มเงินเดิมพันเพื่อเอาคืน ทำให้ขาดทุนสะสมมากขึ้น และอาจใช้เงินเกินตัวจนกระทบทางการเงิน

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง