หาคำตอบ ห้อง VAR ทำงานอย่างไร กับคำถามที่ควรรู้

ห้อง VAR ทำงานอย่างไร

ห้อง VAR ทำงานอย่างไร คำตอบคือ ทีมผู้ตัดสินวิดีโอจะรับชมภาพจากกล้องหลายมุม ตรวจสอบเหตุการณ์ที่อยู่ในขอบเขตของ VAR และสื่อสารข้อมูลไปยังผู้ตัดสินในสนาม หากพบความผิดพลาดที่ชัดเจน ผู้ตัดสินอาจรับข้อมูลโดยตรงหรือดูภาพจากจอข้างสนาม แต่คำตัดสินสุดท้ายยังเป็นของผู้ตัดสินหลัก

รวมคำถามเกี่ยวกับ การทำงานของห้อง VAR

ห้อง VAR ทำงานอย่างไร

ห้อง VAR ไม่ได้ทำหน้าที่ตัดสินการแข่งขันแทนกรรมการในสนาม แต่เป็นพื้นที่สำหรับตรวจภาพย้อนหลัง เลือกมุมกล้อง และช่วยลดความผิดพลาดในเหตุการณ์สำคัญ ต่อไปนี้คือคำถามที่ช่วยอธิบายขั้นตอนการทำงานและบทบาทของเจ้าหน้าที่แต่ละคน

ภาพรวมห้อง VAR ทำงานอย่างไร?

เมื่อเกิดเหตุการณ์สำคัญ ผู้ตัดสินในสนามต้องตัดสินตามที่มองเห็นก่อน จากนั้นทีม VAR จะตรวจภาพจากมุมกล้องที่มีอยู่ หากไม่พบปัญหา การตรวจจะสิ้นสุดโดยไม่จำเป็นต้องหยุดเกมหรือเปลี่ยนคำตัดสิน

ซึ่งหาก VAR พบว่าอาจเกิดความผิดพลาดอย่างชัดเจน หรือมีเหตุการณ์สำคัญที่ ผู้ตัดสินฟุตบอล หรือทีมผู้ตัดสินมองไม่เห็น จะสื่อสารข้อมูลไปยังผู้ตัดสิน ซึ่งอาจตัดสินจากข้อมูลดังกล่าวหรือเดินไปตรวจภาพที่จอข้างสนาม (2026) [1]

ภายในห้อง VAR มีใครบ้าง?

ภายในห้อง VAR หรือ Video Operation Room โดยทั่วไปมี VAR เป็นผู้ดูแลการตรวจสอบ และ AVAR ที่จะช่วยติดตามเกม และเหตุการณ์อื่นขณะกำลังย้อนดูภาพ ส่วน Replay Operator จะมีหน้าที่ค้นหาและเลือกมุมกล้องตามที่ทีมผู้ตัดสินต้องการ ซึ่งจำนวนเจ้าหน้าที่ไม่เท่ากันทุกการแข่งขัน 

ตัวอย่างเช่น ฟุตบอลโลก 2022 ภายในห้องมี VAR 1 คน AVAR 3 คน และ Replay Operator 3 คน แต่จำนวนเจ้าหน้าที่อาจแตกต่างกันในแต่ละการแข่งขัน (8 ธันวาคม 2022) [2]

ห้อง VAR ตรวจสอบทุกจังหวะหรือไม่?

ห้อง VAR ไม่ได้ตรวจสอบทุกการฟาวล์ ลูกทุ่ม หรือคำตัดสินทั่วไป แต่จะตรวจเหตุการณ์ที่อยู่ในขอบเขตของระบบ เช่น ประตู จุดโทษ ใบแดงโดยตรง และการลงโทษผิดตัว รวมถึงกรณีอื่นที่กติกาของรายการอนุญาต

โดยการตรวจสอบเบื้องต้นเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ ผู้เล่นหรือโค้ชไม่ต้องร้องขอ แต่หากภาพยืนยันว่าคำตัดสินเดิมไม่มีความผิดพลาดที่ชัดเจน เกมจะดำเนินต่อโดยไม่เข้าสู่กระบวนการ Review

VAR เลือกมุมกล้องและภาพย้อนหลังอย่างไร?

Replay Operator จะค้นหาและเปิดมุมกล้องที่เกี่ยวข้องตามคำขอของ VAR โดยสามารถเปรียบเทียบหลายมุม รวมถึงเลือกดูด้วยความเร็วปกติหรือภาพช้าให้เหมาะกับสิ่งที่กำลังตรวจสอบ

ซึ่งภาพช้ามักช่วยระบุข้อเท็จจริง เช่น จุดสัมผัสบอลหรือตำแหน่งที่เกิดเหตุ ส่วนภาพความเร็วปกติเหมาะกับการประเมินความรุนแรงและลักษณะการเข้าสกัด จึงไม่ได้หมายความว่าภาพช้าจะแม่นยำกว่าทุกกรณี

ห้อง VAR สื่อสารกับผู้ตัดสินในสนามอย่างไร?

VAR ติดต่อผู้ตัดสินผ่านระบบสื่อสารของทีมผู้ตัดสิน หากกำลังตรวจเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่อาจขอให้ผู้ตัดสินชะลอการเริ่มเล่นใหม่ เพื่อป้องกันไม่ให้พลาดโอกาสแก้ไขคำตัดสิน

เมื่อผู้ชมเห็นผู้ตัดสินแตะหูและยกมือขึ้น โดยทั่วไปหมายถึงกำลังรับข้อมูลหรือรอผลการตรวจสอบ ยังไม่ได้แปลว่าคำตัดสินเดิมจะถูกเปลี่ยน หลังได้รับข้อมูลแล้ว ผู้ตัดสินหลักจะเป็นผู้ชี้ขาดว่าจะดำเนินการอย่างไร

Check กับ Review ต่างกันอย่างไร?

Check คือ การตรวจภาพเบื้องต้นที่ VAR ดำเนินการกับเหตุการณ์ในขอบเขต หากไม่พบความผิดพลาดที่ชัดเจน กระบวนการจะจบลงและคำตัดสินเดิมยังคงอยู่

โดยในส่วน Review เกิดขึ้นเมื่อมีเหตุผลว่าคำตัดสินอาจต้องแก้ไข ผู้ตัดสินอาจรับข้อมูลจากห้อง VAR หรือดูภาพด้วยตนเองที่จอข้างสนาม ดังนั้น ไม่ใช่ทุก Check จะนำไปสู่การ Review 

VAR-only Review ต่างจากการดูจอข้างสนามอย่างไร?

VAR-only Review เหมาะกับเรื่องที่ตรวจสอบเป็นข้อเท็จจริงได้ เช่น ผู้เล่นอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าหรือเหตุการณ์เกิดภายในเขตโทษหรือไม่ ผู้ตัดสินสามารถรับข้อมูลจากห้อง VAR แล้วตัดสินโดยไม่ต้องเดินไปดูจอ

ซึ่งการดูจอข้างสนามหรือ On-field Review มักใช้กับเหตุการณ์ที่ต้องอาศัยดุลพินิจ เช่น ความรุนแรงของการเข้าสกัดหรือการพิจารณาแฮนด์บอล ไม่ว่าจะใช้วิธีใด คำตัดสินสุดท้ายยังเป็นของผู้ตัดสินในสนาม

ห้อง VAR ต้องตั้งอยู่ภายในสนามหรือไม่?

ไม่จำเป็น ห้อง VAR อาจอยู่ภายในสนาม ใกล้สนาม หรือเป็นศูนย์ควบคุมส่วนกลางซึ่งรับภาพจากหลายสนามก็ได้ ตัวอย่างฟุตบอลโลก 2018 มีการส่งภาพจากสนามแข่งขัน 12 แห่งเข้าสู่ศูนย์ควบคุมผ่านเครือข่ายใยแก้วนำแสง (28 มิถุนายน 2023) [3]

ตำแหน่งของห้องจึงไม่ใช่ปัจจัยหลัก ตราบใดที่ระบบสามารถส่งภาพและเสียงได้อย่างเพียงพอ พร้อมรองรับการสื่อสารกับทีมผู้ตัดสินในสนาม

ห้อง VAR ดูภาพเดียวกับผู้ชมทางโทรทัศน์หรือไม่?

VAR ใช้ภาพจากระบบกล้องทางการที่การแข่งขันจัดเตรียมไว้ และสามารถเลือกมุมหรือควบคุมการเล่นภาพย้อนหลังได้มากกว่าการรับชมการถ่ายทอดตามปกติ อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าจะเข้าถึงกล้องทุกตัวของสถานีโทรทัศน์เสมอไป โดยจำนวนกล้องยังแตกต่างกันตามระดับของระบบ

หากระบบในห้อง VAR ขัดข้องจะทำอย่างไร?

ห้อง VAR ทำงานอย่างไร

หากระบบภาพหรือการสื่อสารขัดข้องและไม่สามารถแก้ไขได้ การแข่งขันสามารถดำเนินต่อโดยไม่มี VAR ความผิดพลาดของเทคโนโลยีไม่ได้ทำให้การแข่งขันหรือผลการแข่งขันเป็นโมฆะโดยอัตโนมัติ

ซึ่งในกรณีเจ้าหน้าที่ VAR หรือ Replay Operator ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อ ต้องใช้ผู้ที่ผ่านคุณสมบัติตามข้อกำหนดเข้ามาแทน หากไม่มีผู้ทดแทนที่เหมาะสม รายการอาจต้องแข่งขันต่อโดยไม่ใช้ระบบ VAR

สรุปการทำงานของห้อง VAR

ห้อง VAR ทำงานตามลำดับตั้งแต่รับภาพการแข่งขัน ตรวจสอบเหตุการณ์ เลือกมุมกล้อง และแจ้งข้อมูลแก่ผู้ตัดสิน ระบบนี้เข้ามาช่วยเฉพาะเหตุการณ์สำคัญตามขอบเขตที่กำหนด ไม่ได้ตรวจเพื่อเปลี่ยนทุกคำตัดสิน และไม่ว่าภายในห้องจะมีเจ้าหน้าที่หรือเทคโนโลยีมากเพียงใด ผู้ตัดสินในสนามยังเป็นผู้ตัดสินขั้นสุดท้าย

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง

เรื่องที่เกี่ยวข้อง