อาหารเสริม Green Tea Extract ช่วยอะไร

Green Tea Extract ช่วยอะไร

Green Tea Extract ช่วยอะไร สารสกัดชาเขียวมักเป็นที่รู้จัก ในด้านการช่วยต้านอนุมูลอิสระ บำรุงสุขภาพหัวใจ สมอง และช่วยการเผาผลาญของร่างกาย และดูแลผิว ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด Green Tea Extract ได้รับความสนใจอย่างมาก ในด้านโภชนาการ และอาหารเสริม

  • สารสำคัญในชาเขียว
  • ประโยชน์ของสารสกัดชาเขียว
  • สารสกัดชาเขียวช่วยอะไรผิว?

ประวัติ และที่มาของเครื่องดื่มชาเขียว

ชาเขียวคือเครื่องดื่ม ที่ทำจากใบของพืช Camellia sinensis ซึ่งมีประวัติยาวนาน โดยมีการกล่าวถึงการใช้ใบชา ในประเทศจีน ตั้งแต่ประมาณ 3000 ปีก่อนคริสตกาล และต่อมาจึงแพร่ไปยังหลายภูมิภาคทั่วโลก ปัจจุบันมีการปลูกชากว่า 30 ประเทศ มีผู้บริโภคมากกว่า 3 พันล้านคนใน 160 ประเทศ

ทำให้ชาเป็นหนึ่งในเครื่องดื่ม ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก อุตสาหกรรมชา มีมูลค่าทางเศรษฐกิจขนาดใหญ่ โดยมีมูลค่าตลาดประมาณ 200 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2020 และมีการคาดการณ์ว่า จะเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 318 พันล้านดอลลาร์ ภายในปี 2025

ชาเขียวเป็นหนึ่งในชาประเภทหลัก และมีสัดส่วนประมาณ 20% ของการผลิตชาทั่วโลก ภายในใบชา มีสารธรรมชาติประมาณ 4,000 ชนิด โดยโพลีฟีนอลมีประมาณ 25–35% ของน้ำหนักใบชาแห้ง และ catechins คิดเป็นประมาณ 70% ของโพลีฟีนอลทั้งหมด (22 กุมภาพันธ์ 2025) [1]

สารสำคัญในชาเขียว และรูปแบบสารสกัด

Green Tea Extract ช่วยอะไร

ชาเขียวมีสารสำคัญหลายชนิดในกลุ่ม โพลีฟีนอล เช่น epigallocatechin gallate (EGCG), epicatechin gallate, epicatechins และ flavanols รวมถึงฟลาโวนอยด์อย่าง kaempferol, quercetin และ myricetin สารสกัดจากชาเขียว มักผลิตโดยการนำใบชาไปแช่ ในสารละลายแอลกอฮอล์ก่อนนำไปทำให้เข้มข้น

และสามารถนำมาจำหน่าย ในรูปแบบของเหลว ผง แคปซูล หรือเม็ด อาจมีคาเฟอีนสูงถึงประมาณ 17.4% สารสกัดจากชาเขียวสามารถใช้เป็นสารกันหืนในอาหารได้ โดยรูปแบบที่ละลายในน้ำมันคือ palmitoylated green tea catechins ซึ่งได้รับการจัด ให้เป็นสารที่ปลอดภัยโดยทั่วไปในปี 2020 (6 มีนาคม 2026) [2]

ประโยชน์ของ Green Tea Extract

  • ต้านอนุมูลอิสระ สารสกัดชาเขียวมีสารสำคัญในกลุ่ม catechins โดยเฉพาะ EGCG งานวิจัยในปี 2012 ที่มีผู้เข้าร่วม 35 คน รับประทานสารสกัดชาเขียว 870 มิลลิกรัม ต่อเนื่อง 8 สัปดาห์ พบว่าค่าการต้านอนุมูลอิสระในเลือดเพิ่มจาก 1.2 เป็น 2.5 μmol/L
  • ช่วยดูแลสุขภาพหัวใจ มีการศึกษาปี 2012 ในผู้เข้าร่วม 56 คน ที่รับประทานสารสกัดชาเขียว 379 มิลลิกรัมต่อวัน เป็นเวลา 3 เดือน พบว่าความดันโลหิต และระดับไขมันในเลือดลดลง
  • อาจมีผลดีต่อสมอง และความจำ งานวิจัยในปี 2014 ที่มีผู้เข้าร่วม 12 คน ดื่มเครื่องดื่มที่มีสารสกัดชาเขียว 27.5 กรัม พบว่าการทำงานของสมอง และความจำระหว่างการทดสอบดีขึ้น
  • อาจช่วยเรื่องการเผาผลาญ และน้ำหนัก งานวิจัยหนึ่งใน 14 คน พบว่าการใช้สารสกัดชาเขียว มีความเกี่ยวข้องกับการเผาผลาญพลังงานที่เพิ่มขึ้น โดยเฉลี่ยเผาผลาญพลังงานเพิ่ม ประมาณ 179 แคลอรี ภายใน 24 ชั่วโมง
  • อาจช่วยดูแลการทำงานของตับ การศึกษาในผู้เข้าร่วม 80 คน อายุ 20–50 ปี ที่รับประทานสารสกัดชาเขียว 500 มิลลิกรัมต่อวัน เป็นเวลา 90 วัน พบว่าค่าเอนไซม์ตับลดลง
  • อาจเกี่ยวข้องกับการลดความเสี่ยงมะเร็งบางชนิด มีการศึกษาหนึ่ง ที่ให้ผู้เข้าร่วมรับประทาน catechins 600 มิลลิกรัมต่อวัน เป็นเวลา 1 ปี พบว่าความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก อยู่ที่ 3% เมื่อเทียบกับ 30% ในกลุ่มควบคุม
  • อาจช่วยดูแลผิว และการออกกำลังกาย มีการศึกษาที่เกี่ยวข้อง กับการใช้สารสกัดชาเขียวในช่วง 4 สัปดาห์ และ 60 วัน ซึ่งพบความเกี่ยวข้องกับการลดสิว เพิ่มความยืดหยุ่นของผิว และช่วยลดความเสียหาย จากความเครียดออกซิเดชัน ที่เกิดจากการออกกำลังกาย
  • อาจช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด การศึกษาใน 14 คน พบว่าการบริโภคชาเขียว 1.5 กรัม ช่วยให้ร่างกายตอบสนองต่อระดับน้ำตาลได้ดีขึ้น โดยสังเกตผล หลังผ่านไปประมาณ 30 นาที

ที่มา: 10 Benefits of Green Tea Extract (31 พฤษภาคม 2023) [3]

สารสกัดชาเขียวช่วยอะไรผิว?

สารสกัดชาเขียวช่วยดูแลผิวได้หลายด้าน ช่วยปกป้องเซลล์ผิว จากความเสียหาย ที่เกิดจากมลภาวะและรังสี UV ลดกระบวนการอักเสบของผิว และอาจช่วยให้ผิวดูแข็งแรงขึ้น ช่วยลดปัญหาสิว ชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย และช่วยให้ผิวดูเรียบเนียน และมีความยืดหยุ่นดีขึ้น

หากรับประทานร่วมกับ Vitamin C จะช่วยเสริมฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ทำให้สารสำคัญในชาเขียวอย่าง catechins ทำงานได้ดีขึ้น และช่วยดูแลผิวให้ดูสดใส หรือรับประทานร่วมกับวิตามิน E
จะช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหายของอนุมูลอิสระ เสริมการดูแลผิว และหัวใจ

ผลข้างเคียงจากสารสกัดชาเขียวคืออะไร?

การรับประทานในปริมาณสูง อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ เช่นคลื่นไส้ ปวดท้อง ใจสั่น หรือปัญหาเกี่ยวกับตับ โดยเฉพาะเมื่อรับประทานในปริมาณมาก หรือรับประทานขณะท้องว่าง จึงควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม และควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ก่อนใช้เป็นอาหารเสริมเป็นประจำ

สารสกัดชาเขียว ควรทานวันละเท่าไหร่?

สารสกัดชาเขียว แนะนำให้รับประทานในปริมาณประมาณ 250–500 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งเป็นปริมาณที่ใกล้เคียง กับการดื่มชาเขียวประมาณ 3–5 ถ้วย หรือราว 1.2 ลิตรต่อวัน การรับประทานในช่วงปริมาณนี้ มักถูกใช้ในผลิตภัณฑ์อาหารเสริมทั่วไป อย่างไรก็ตามควรรับประทานพร้อมอาหาร

สรุปแล้ว สารสกัดชาเขียวช่วยอะไร

Green Tea Extract เป็นสารสกัดจากใบชาเขียว ที่มีสารสำคัญในกลุ่มโพลีฟีนอล และคาเทชิน ซึ่งช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่วยดูแลสุขภาพหลายด้าน เช่นสุขภาพหัวใจ สมอง การเผาผลาญพลังงาน การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด รวมถึงการดูแลผิวพรรณ

ใครที่ควรทานสารสกัดชาเขียวเสริม?

คือผู้ที่ต้องการเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระให้ร่างกาย ผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพผิว ผู้ที่ต้องการเสริมการทำงานของหัวใจ การควบคุมน้ำหนัก หรือผู้ที่ต้องการดูแลระดับน้ำตาล และไขมันในเลือด โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ได้ดื่มชาเขียวเป็นประจำ และต้องการได้รับสาร catechins ในปริมาณที่มากขึ้น

ใครที่ไม่ควรทานสารสกัดชาเขียวเสริม?

ผู้ที่ควรระมัดระวัง หรือหลีกเลี่ยง การรับประทานสารสกัดชาเขียวเสริม ได้แก่ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับตับ ผู้ที่ไวต่อคาเฟอีน ผู้ที่มีโรคหัวใจหรือความดันโลหิตผิดปกติ และผู้ที่กำลังใช้ยาบางชนิด ที่อาจเกิดปฏิกิริยากับสารในชาเขียว เช่นยาบางประเภท ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาโรคเรื้อรัง

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง