เชื้อราในเล็บ เกิดจากการทำเล็บไหม ไขคำตอบพร้อมรู้สาเหตุ

เชื้อราในเล็บ เกิดจากการทำเล็บไหม

เชื้อราในเล็บ เกิดจากการทำเล็บไหม คำตอบคือไม่ได้เกิดจากการทำเล็บโดยตรง แต่การทำเล็บที่ไม่สะอาด หรือดูแลไม่ดีอาจเพิ่มความเสี่ยงได้ เนื้อหานี้จะสรุปให้เห็นว่าเชื้อราในเล็บคืออะไร เกิดจากอะไร และเกี่ยวข้องกับการทำเล็บแค่ไหน เพื่อให้เข้าใจภาพรวมได้ชัดขึ้น

  • เชื้อราในเล็บ คืออะไร?
  • สาเหตุของเชื้อราในเล็บ
  • ทำไม การทำเล็บถึงเป็นสาเหตุของเชื้อรา

เชื้อราในเล็บ คืออะไร?

เชื้อราในเล็บ คือปัญหาที่เกิดจากเชื้อรา เข้าไปสะสมอยู่บริเวณเล็บ ทำให้เล็บเริ่มมีความผิดปกติ เช่น สีเล็บเปลี่ยนเป็นเหลือง ขาว หรือดูขุ่นขึ้น เล็บหนา เปราะ แตกง่าย หรือมีรูปทรงไม่เหมือนเดิม

โดยมักเกิดจากความอับชื้น ที่สะสมเป็นเวลานาน เช่น การใส่รองเท้าปิดตลอดวัน หรือการอยู่ในพื้นที่ที่เปียกชื้นบ่อยๆ แม้จะไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่ถ้าปล่อยไว้โดยไม่ดูแล เชื้อราอาจกระจายมากขึ้น และทำให้เล็บกลับมาเป็นปกติได้ยากขึ้น

สาเหตุของเชื้อราในเล็บ เกิดจากอะไร?

  • มีโรคประจำตัวบางชนิด เช่น เบาหวาน หรือโรคที่ส่งผลต่อการไหลเวียนเลือด และภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายจัดการกับเชื้อราได้ยากกว่าปกติ
  • ภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอ ทำให้เชื้อราสามารถเติบโต และลุกลามบริเวณเล็บได้ง่ายขึ้น
  • เล็บหรือผิวหนังรอบเล็บได้รับการบาดเจ็บบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นจากการกระแทก การตัดหนังรอบเล็บมากเกินไป การตะไบเล็บแรงเกินไป หรือการแกะสีเจลด้วยตัวเอง ซึ่งอาจทำให้เชื้อราเข้าสู่เล็บได้ง่าย
  • การทำเล็บที่ใช้อุปกรณ์ไม่สะอาด หรือการต่อเล็บ และทาสีเจลที่ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างหน้าเล็บ กับผลิตภัณฑ์ อาจกลายเป็นจุดสะสมของความชื้น และเชื้อราได้
  • การใส่รองเท้าคับหรือรองเท้าที่ระบายอากาศไม่ดีเป็นเวลานาน โดยเฉพาะเล็บเท้า เพราะความอับชื้นเป็นสภาพแวดล้อมที่เชื้อราชอบ
  • การสัมผัสน้ำ สบู่ หรือสารเคมีต่างๆ เป็นประจำ รวมถึงการล้างมือบ่อยๆ จนผิวหนังรอบเล็บแห้ง และอ่อนแอ ทำให้เชื้อโรคเข้าสู่เล็บได้ง่ายขึ้น
  • การดูแลความสะอาดของเล็บไม่ดี หรือปล่อยให้เล็บเปียก และอับชื้นเป็นเวลานาน เช่น ไม่เช็ดมือ และเท้าให้แห้งหลังอาบน้ำ ว่ายน้ำ หรือทำเล็บ

ที่มา: เชื้อราที่เล็บ…ป้องกันและรักษาได้อย่างไร (2016) [1]

วิธีการรักษาโรคเชื้อราที่เล็บ

  • การใช้ยา เป็นวิธีพื้นฐานที่สุด อาจใช้ทั้งยากิน ยาทา หรือยาน้ำเคลือบเล็บ เพื่อช่วยยับยั้ง และกำจัดเชื้อรา
  • การถอดเล็บ ใช้ในกรณีที่อาการค่อนข้างรุนแรง หรือรักษาด้วยยาแล้วไม่ดีขึ้น แพทย์อาจพิจารณาถอดเล็บ หรือใช้วิธีช่วยให้เล็บหลุดออก
  • การรักษาด้วยเลเซอร์ เป็นอีกทางเลือกที่อาจใช้ร่วมกับการใช้ยา เพื่อช่วยลดเชื้อรา และเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา

ที่มา: โรคเชื้อราที่เล็บ (25 ธันวาคม 2023) [2]

การทำเล็บกับเชื้อราเล็บ เกี่ยวกันยังไง?

เชื้อราในเล็บ เกิดจากการทำเล็บไหม

การทำเล็บจริงๆ แล้วไม่ได้เพิ่งมาเริ่มฮิตในยุคนี้ แต่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณเลย ย้อนไปได้ราวๆ 3,000 ปีก่อนคริสตกาล ในจีนและอียิปต์ คนเริ่มใช้สีจากธรรมชาติอย่างดอกไม้ หรือเฮนนามาทาเล็บ โดยใช้บอกฐานะทางสังคมมากกว่าความสวยงาม

พอเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ การทำเล็บเริ่มนิยมมากขึ้น ในฝรั่งเศสช่วงศตวรรษที่ 19 และมียาทาเล็บแบบขวดครั้งแรกในปี 1917 จากนั้นก็เริ่มแพร่หลายขึ้น ปี 1920 นิยมทาเล็บสีแดง และช่วงปี 1950 เป็นต้นมา มีการพัฒนาเป็นเล็บอะคริลิค และเล็บเจล จนมาถึงปัจจุบันที่ยิ่งนิยมมากขึ้น เพราะการเข้าถึงของโซเชียลมีเดีย

นอกจากนี้ การทำเล็บ หากไม่มีการทำความสะอาดที่ดี ใช้อุปกรณ์ไม่สะอาด หรือดูแลเล็บหลังทำไม่เหมาะสม ก็อาจทำให้เล็บ มีความเสี่ยงต่อการเกิดเชื้อราได้

ที่มา: รู้หรือไม่? การทำเล็บเริ่มต้นมาจากไหน (27 กรกฎาคม 2025) [3]

ทำไม การทำเล็บถึงเป็นสาเหตุของเชื้อราได้?

  • อุปกรณ์ทำเล็บไม่สะอาด หรือไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ ทำให้เชื้อโรคปนเปื้อน และเข้าสู่เล็บได้ง่าย
  • ระหว่างทำเล็บมีการตะไบ ขัด หรือแกะหน้าเล็บแรงเกินไป จนทำให้เกิดรอย หรือแผลเล็กๆ รอบเล็บ
  • การทำเล็บเจล หรือต่อเล็บที่ปิดหน้าเล็บไว้นาน ซึ่งหลายคนก็สงสัยว่า ทำเล็บเจล อยู่ได้นานแค่ไหน โดยทั่วไปอยู่ได้ประมาณ 2–3 สัปดาห์ แต่การทำเล็บเจลทิ้งไว้นานๆ ถ้ามีความชื้นสะสมอยู่ข้างใน จะกลายเป็นแหล่งให้เชื้อราเติบโต
  • การดูแลหลังทำเล็บไม่ดี เช่น ปล่อยให้เล็บอับชื้น หรือไม่รักษาความสะอาดอย่างต่อเนื่อง

ทำไม เป็นเชื้อราที่เล็บถึงไม่ควรทำเล็บ?

  • การทำเล็บเจล หรือต่อเล็บ จะปิดทับหน้าเล็บเอาไว้ ทำให้ความชื้น และเชื้อถูกกักอยู่ข้างใน ซึ่งสภาพแบบนี้ทำให้เชื้อราโตได้ดีขึ้น และบางเคสอาจลุกลามไปเล็บอื่นได้
  • ระหว่างทำเล็บมักมีการตะไบ หรือขัดหน้าเล็บ ซึ่งถ้าเล็บกำลังติดเชื้ออยู่แล้ว อาจทำให้เนื้อเล็บอ่อนแอขึ้น จนทำให้เกิดการระคายเคือง หรืออักเสบมากกว่าเดิมได้
  • อุปกรณ์ทำเล็บถ้าไม่สะอาด หรือไม่ได้ฆ่าเชื้ออย่างถูกต้อง มีโอกาสทำให้เชื้อแพร่ไปเล็บอื่นได้ ซึ่งในบางกรณีเชื้อราสามารถลามจากเล็บหนึ่งไปอีกเล็บได้ ภายในไม่กี่สัปดาห์ถึง 1–2 เดือน ในบางกรณี
  • การปิดทับเล็บ ยังทำให้สังเกตอาการยากขึ้น เช่น สีเล็บเปลี่ยน หนา หรือร่อน ทำให้การรักษาล่าช้า และบางรายอาจต้องใช้เวลารักษานานหลายสัปดาห์ ไปจนถึง 6–12 เดือน

สรุปแล้ว เชื้อราในเล็บ เกิดจากการทำเล็บไหม

เชื้อราในเล็บ เกิดจากการทำเล็บไหม โดยรวมแล้วไม่ได้เกิดจากการทำเล็บโดยตรง แต่การทำเล็บที่ไม่สะอาด หรือดูแลไม่เหมาะสม สามารถเพิ่มความเสี่ยงได้ เพราะอาจทำให้เกิดความชื้นสะสมใต้เล็บ ทำให้เล็บอ่อนแอ หรือเกิดรอยบาดเล็กๆ ที่เปิดทางให้เชื้อราเข้าสู่เล็บ และลุกลามได้ง่ายขึ้น

เป็นเชื้อราที่เล็บ สามารถทำเล็บได้หรือไม่?

ไม่แนะนำ เพราะการทำเล็บจะไปปิดทับเล็บ ทำให้ความชื้นสะสม และเชื้อราโตมากขึ้น อีกทั้งยังเสี่ยงให้อาการลุกลาม หรือแพร่ไปเล็บอื่นได้ง่ายกว่าเดิม ดังนั้นควรรักษาให้หายก่อน แล้วค่อยกลับมาทำเล็บ จะดีกว่า

เชื้อราที่เล็บ สามารถติดต่อกันได้หรือไม่?

สามารถติดต่อได้ในบางกรณี เช่น การใช้ของส่วนตัวร่วมกัน หรือสัมผัสเล็บที่ติดเชื้อโดยตรง รวมถึงอุปกรณ์ทำเล็บที่ไม่สะอาด หรือพื้นที่อับชื้นก็มีความเสี่ยง แต่โดยรวมไม่ได้ติดต่อกันง่าย เหมือนโรคทั่วไป

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง