เบาหวานขณะตั้งครรภ์ คืออะไร รวมคำถามที่ควรรู้

เบาหวานขณะตั้งครรภ์ คืออะไร

เบาหวานขณะตั้งครรภ์ คืออะไร เป็นภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายต่อทั้งแม่และเด็ก โดยพบได้ประมาณร้อยละ 3–14 และมักพบมากขึ้นในคุณแม่ที่อายุมาก ส่วนใหญ่จะตรวจพบในช่วงสัปดาห์ที่ 24–28 ของการตั้งครรภ์ การตรวจคัดกรองตั้งแต่เนิ่นๆ จึงสำคัญมากเพื่อให้ดูแลรักษาได้ทันเวลา (23 กุมภาพันธ์ 2015) [1]

การเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์เกิดจากอะไร?

หลักๆ เกิดจากการสร้างฮอร์โมนหลายตัวที่ไปยับยั้งฤทธิ์ของอินซูลิน พอตับอ่อนของแม่ผลิตอินซูลินไม่พอชดเชย น้ำตาลในเลือดก็เลยสูงขึ้น ยิ่งถ้าแม่มีน้ำหนักเกิน อายุเยอะตอนท้อง หรือมีคนในครอบครัวเป็นเบาหวาน ก็ยิ่งเสี่ยงมากขึ้น

โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์มีอาการยังไง?

ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีอาการชัดเจน กว่าจะรู้ก็ตอนไปตรวจคัดกรองตามนัด บางคนอาจสังเกตได้ว่าหิวน้ำบ่อยขึ้น ปัสสาวะบ่อยขึ้น อ่อนเพลียง่าย แต่ก็แยกยากเพราะอาการคล้ายกับตั้งครรภ์ปกติทั่วไป เพราะฉะนั้นการตรวจคัดกรองตามหมอนัดจึงสำคัญมาก

การตรวจเบาหวานในหญิงตั้งครรภ์ขั้นแรกทำอย่างไร?

การตรวจคัดกรองเบาหวานขั้นแรกตอนท้องจะใช้น้ำตาลกลูโคส 50 กรัม (GCT) โดยไม่ต้องงดอาหาร ดื่มแล้วรอ 1 ชั่วโมงเพื่อเจาะเลือดตรวจ ถ้าน้ำตาลมากกว่า 140 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ถือว่าผิดปกติและต้องตรวจเพิ่มด้วยการกินน้ำตาล 100 กรัม (OGTT) ต่อไป (22 พฤศจิกายน 2024) [2]

เบาหวานขณะตั้งครรภ์อันตรายกับลูกในท้องไหม?

อันตรายได้ถ้าไม่ควบคุม เพราะน้ำตาลในเลือดแม่ที่สูงจะส่งผ่านไปให้ลูกด้วย ทำให้ลูกตัวใหญ่เกินไป คลอดยาก เสี่ยงคลอดก่อนกำหนด หรือหลังคลอดลูกอาจมีน้ำตาลในเลือดต่ำได้ ถ้าคุมน้ำตาลดีตลอดการตั้งครรภ์ ความเสี่ยงพวกนี้จะลดลงมาก

เบาหวานขณะตั้งครรภ์อันตรายกับแม่ไหม?

มีผลเหมือนกัน เสี่ยงครรภ์เป็นพิษ ความดันสูงขณะตั้งครรภ์ คลอดยากเพราะลูกตัวโต หรือต้องผ่าคลอด แล้วก็เพิ่มความเสี่ยงเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ในอนาคตด้วย ถึงแม้หลังคลอดน้ำตาลจะกลับมาปกติก็ตาม

เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์แล้วต้องกินยาไหม?

ไม่จำเป็นต้องกินยาทุกคน หลายรายคุมได้แค่ปรับอาหารกับออกกำลังกายเบาๆ ตามที่หมอแนะนำ แต่ถ้าคุมด้วยอาหารแล้วน้ำตาลยังสูงอยู่ หมอจะพิจารณาให้ฉีดอินซูลิน หรือกินยาบางชนิดที่ปลอดภัยกับคนท้อง

ถ้าคลอดแล้วเบาหวานจะหายเป็นปกติไหม?

ส่วนใหญ่ หลังคลอดระดับน้ำตาลจะกลับมาเป็นปกติ และเบาหวานขณะตั้งครรภ์ก็หายไป แต่บางคนยังมีความเสี่ยงเป็นเบาหวานในอนาคต จึงควร ตรวจเบาหวาน หลังคลอดตามที่แพทย์แนะนำ

ท้องหน้าจะเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์อีกไหม?

มีโอกาสเป็นซ้ำได้สูงกว่าคนที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะฉะนั้นถ้าเคยเป็นในท้องแรก ท้องต่อไปควรบอกหมอตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อตรวจคัดกรองไวขึ้น จะได้ควบคุมได้ทันตั้งแต่ต้น

กินอะไรได้บ้างถ้าเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์?

เน้นกินอาหารที่ไม่ทำให้น้ำตาลพุ่งเร็ว เช่น ข้าวกล้อง ผักใบเขียว โปรตีนไม่ติดมัน แบ่งมื้ออาหารเป็นมื้อย่อยๆ หลายมื้อแทนกินมื้อใหญ่ครั้งเดียว ลดของหวาน น้ำอัดลม ขนมกรุบกรอบ ทางที่ดีควรปรึกษานักโภชนาการเพื่อวางแผนมื้ออาหารให้เหมาะกับแต่ละคนโดยเฉพาะ

เบาหวานขณะตั้งครรภ์ ควบคุมน้ำตาลยังไง?

ถ้าเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ควรคุมอาหาร ลดของหวานและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล เลือกกินอาหารให้ครบมื้อ และออกกำลังกายเบาๆ ตามที่แพทย์แนะนำ พร้อมตรวจน้ำตาลตามกำหนด

เบาหวานตอนท้องส่งผลยังไงกับแม่บ้าง?

สำหรับคุณแม่ที่เป็นโรคเบาหวาน จะมีความเสี่ยงเรื่องสุขภาพตามมา คือมีโอกาสเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษ ที่มีความดันโลหิตสูง แถมยังมีโปรตีนรั่วในปัสสาวะในช่วงครึ่งหลังของการตั้งครรภ์ และยังเสี่ยงที่จะต้องผ่าคลอดมากขึ้น เนื่องจากลูกตัวใหญ่เกินกว่าจะคลอดเองได้ตามปกติ

ปัจจัยเสี่ยงโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์มีอะไรบ้าง?

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้คุณแม่มีโอกาสเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ได้แก่ การมีน้ำหนักเกิน เคยเป็นโรคนี้มาแล้วในท้องก่อนหน้า คนในครอบครัวเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 มีภาวะน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติแต่ยังไม่ถึงเกณฑ์ และการเป็นโรคถุงน้ำในรังไข่หลายใบ

ถ้าเป็นเบาหวานตอนท้อง ต้องดูแลตัวเองยังไง?

เบาหวานขณะตั้งครรภ์ คืออะไร

สำหรับคุณแม่ที่เป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ สามารถจัดการกับระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงกว่าปกติได้ด้วย การกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและขยับเขยื้อนร่างกายให้มากขึ้น แต่ในบางคนก็อาจจะต้องได้รับยาเพื่อทำการรักษาด้วย

คนท้องเป็นเบาหวานควรกินอาหารยังไง?

การกินอาหารของคุณแม่ที่เป็นเบาหวานตอนท้อง จะขึ้นอยู่กับระดับน้ำตาลในเลือดของแต่ละคน โดยคุณหมอจะช่วยแนะนำโปรแกรมอาหารที่ดีต่อทั้งแม่และลูก ให้เลือกทานคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนในปริมาณที่เหมาะสม ซึ่งเมนูจะเหมือนกับผู้ป่วยเบาหวานทั่วไปเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลให้คงที่

สรุปแล้วเบาหวานขณะตั้งครรภ์คืออะไร?

เบาหวานขณะตั้งครรภ์ คือภาวะที่ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ แม้ไม่เคยเป็นเบาหวานมาก่อน โดยควรควบคุมระดับน้ำตาล และติดตามตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อทั้งคุณแม่และลูก

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง