
โยคะ คืออะไร ดีต่อสุขภาพกายใจจริงไหม?
- Fiona
- 81 views

โยคะ คืออะไร โยคะคือการฝึก ที่ผสมผสานการเคลื่อนไหวของร่างกาย การหายใจ และการจดจ่ออยู่กับตัวเอง เพื่อสร้างความสมดุล ทั้งกายและใจ เป็นวิธีดูแลสุขภาพ ที่ค่อยเป็นค่อยไป เหมาะกับทุกช่วงวัย และสามารถปรับ ให้เข้ากับวิถีชีวิตของแต่ละคนได้
- โยคะ คืออะไร
- ประโยชน์ของโยคะ
- โยคะสามารถลดน้ำหนักได้จริงไหม?
แนวทางการฝึก โยคะ คืออะไร
โยคะคือแนวทางการฝึก ที่รวมทั้งการเคลื่อนไหวร่างกาย การหายใจ และการมีสติรู้ตัว เข้าไว้ด้วยกัน เป้าหมายของโยคะ คือช่วยให้ร่างกาย และจิตใจผ่อนคลาย ควบคุมการหายใจได้ดีขึ้น และสร้างความสมดุล ทั้งด้านร่างกาย และความคิด โดยไม่จำเป็นต้องใช้ความยาก หรือแรงมาก
เมื่อฝึกโยคะ ร่างกายจะได้ยืดเหยียด ขยับอย่างเป็นจังหวะ ขณะเดียวกันจิตใจ ก็ได้โฟกัสอยู่กับการหายใจ และท่าทาง ทำให้เรารู้สึกเชื่อมโยงตัวเองมากขึ้น ลดความเครียด และเพิ่มความตระหนักรู้ ในแต่ละช่วงของการฝึก สามารถปรับให้เข้ากับความสามารถของแต่ละคนได้ (20 มีนาคม 2021) [1]
ประวัติ ต้นกำเนิดของโยคะ

โยคะมีต้นกำเนิด ย้อนไปถึงอารยธรรมโบราณในอินเดีย โดยร่องรอยแนวคิด เกี่ยวกับโยคะสามารถพบได้ ตั้งแต่ช่วงประมาณ 3000–2000 ปีก่อนคริสตกาล จากหลักฐานทางโบราณคดี ในอารยธรรม ลุ่มแม่น้ำสินธุ ซึ่งแสดงภาพบุคคล ในท่าทางคล้ายการนั่งสมาธิ
ช่วงประมาณ 1500–500 ปีก่อนคริสตกาล แนวคิดเกี่ยวกับการฝึกจิต การควบคุมลมหายใจ และการเข้าถึงภาวะภายในเริ่มปรากฏในคัมภีร์ Vedas และ Upanishads ซึ่งเป็นรากฐานทางปรัชญาที่สำคัญของโยคะ ต่อมาในช่วง ประมาณ 500 ปีก่อนคริสตกาล คำว่า yoga เริ่มถูกใช้ในการฝึกมากขึ้น
โยคะได้รับการจัดระบบใน Yoga Sutras โดย Patanjali ซึ่งอธิบายโยคะ ในฐานะกระบวนการฝึกจิตใจ วินัย และการควบคุมตนเอง โยคะในช่วงนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงการออกกำลังกาย แต่เป็นแนวทางการดำเนินชีวิต ที่มุ่งสู่ความสงบ และการหลุดพ้นทางจิตใจ ก่อนจะพัฒนาและแพร่ไปทั่วโลก (23 ธันวาคม 2025) [2]
ประโยชน์ของโยคะ สุขภาพกายใจยังไง?
- ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น ของร่างกาย การฝึกท่าโยคะต่างๆ ทำให้กล้ามเนื้อ และข้อต่อค่อยๆยืดออก จนร่างกายขยับได้กว้างขึ้น ลดความตึงเครียด
- เสริมความแข็งแรง ของกล้ามเนื้อ โยคะหลายท่า ต้องใช้แรงจากร่างกาย ในการทรงตัว และควบคุมท่า ทำให้กล้ามเนื้อหลายส่วนแข็งแรงขึ้น อย่างเป็นธรรมชาติ
- ปรับท่าทางให้ดีขึ้น การรู้จักจัดวางร่างกาย ตามหลักโยคะ ช่วยให้เรานั่ง ยืน เดิน ได้ตรงและสมดุล ลดอาการปวดคอ ปวดหลัง จากการใช้งานในชีวิตประจำวัน
- ช่วยลดความเครียด และความกังวล การฝึกหายใจ และมีสมาธิ ทำให้ระบบประสาทสงบลง ช่วยให้จิตใจปล่อยวาง ลดความตึงเครียด ในแต่ละวัน
- ปรับการหายใจให้ดียิ่งขึ้น โยคะเน้นการหายใจลึก และสม่ำเสมอ ซึ่งช่วยให้ปอดทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น และรู้สึกผ่อนคลาย
- ช่วยให้หลับได้ดีขึ้น ด้วยการคลายความเครียด และผ่อนคลายร่างกายก่อนนอน โยคะช่วยให้วงจรการนอนหลับเป็นปกติ และหลับได้สบายขึ้น
- เสริมสุขภาพหัวใจ และระบบไหลเวียนเลือด ท่าโยคะบางแบบ ช่วยให้หัวใจเต้นช้าลง ระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้น ลดแรงตึงของหลอดเลือด
- ช่วยควบคุมน้ำหนัก แม้โยคะจะไม่ใช่ออกกำลังกายหนัก แต่การฝึกต่อเนื่อง สามารถช่วยเผาผลาญพลังงาน และทำให้เราใส่ใจเรื่องอาหาร และร่างกาย
- เพิ่มพลังในชีวิตประจำวัน การฝึกโยคะ ช่วยให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่ามากขึ้น ลดอาการอ่อนเพลีย
- ช่วยพัฒนาสมาธิ และการตั้งใจ การฝึกให้จิตโฟกัสที่ลมหายใจ และร่างกาย ช่วยเพิ่มความชัดเจน ในการคิด และช่วยให้คุมอารมณ์ได้ดีขึ้น
- ส่งเสริมสุขภาพจิตโดยรวม การฝึกโยคะอย่างสม่ำเสมอ ช่วยให้รู้สึกมั่นคงทางอารมณ์ มีมุมมองเชิงบวกมากขึ้น
- ช่วยลดอาการปวดเรื้อรัง โดยเฉพาะอาการปวดหลัง ปวดไหล่ และตึงคอ ที่มักเกิดจากการนั่ง หรือทำงานนานๆ
- เสริมสร้างการรับรู้ร่างกายให้ดีขึ้น การฝึกโยคะทำให้เราใส่ใจสัญญาณของร่างกาย ปรับท่าทางได้ทันที เมื่อต้องเคลื่อนไหว
ที่มา: 12 Benefits of Yoga That Are Supported by Science (13 สิงหาคม 2025) [3]
โยคะสามารถลดน้ำหนักได้จริงไหม?
โยคะสามารถช่วยลดน้ำหนักได้จริง แต่ลักษณะการลด จะค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้เร็วหรือแรงเหมือนคาร์ดิโอหนักๆ ถ้าหากใครสงสัยว่า คาร์ดิโอ คืออะไร สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ การฝึกโยคะจะช่วยให้ร่างกาย เผาผลาญพลังงาน เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และปรับสมดุลฮอร์โมน
ซึ่งรวมถึงฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับความเครียด และความหิว เมื่อฝึกอย่างสม่ำเสมอ ร่างกายจะกระชับขึ้น ไขมันลดลง และระบบเผาผลาญทำงานดีขึ้น นอกจากนี้ โยคะยังช่วยให้เรารู้ตัวมากขึ้นเรื่องการกิน การพักผ่อน และการใช้ชีวิต ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของการควบคุมน้ำหนักในระยะยาว
การฝึกโยคะ เหมาะกับใคร?
- ผู้ที่ต้องการออกกำลังกาย แบบไม่หนักเกินไป โยคะเคลื่อนไหวช้า คุมจังหวะได้ เหมาะกับคนที่ไม่ชอบออกแรงหนัก
- ผู้เริ่มต้นออกกำลังกาย สามารถเริ่มได้ง่าย ปรับระดับความยาก ตามร่างกายของตัวเอง
- คนทำงาน หรือผู้ที่มีความเครียดสูง ช่วยผ่อนคลายจิตใจ ลดความตึงเครียดจากการใช้ชีวิตประจำวัน
- ผู้ที่มีอาการปวดเมื่อย จากการนั่งนาน ท่าโยคะช่วยยืดกล้ามเนื้อ คอ ไหล่ หลัง ได้ดี
- ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพระยะยาว ช่วยเพิ่มความแข็งแรง ความยืดหยุ่น และการทรงตัว
การฝึกโยคะ ไม่เหมาะกับใคร?
- ผู้ที่มีอาการบาดเจ็บรุนแรง หรือเพิ่งผ่าตัด ควรพักฟื้น หรือปรึกษาแพทย์ ก่อนเริ่มฝึก
- ผู้ที่มีปัญหาข้อต่อ หรือกระดูกขั้นรุนแรง บางท่าอาจเพิ่มแรงกด ต่อข้อต่อโดยไม่รู้ตัว
- ผู้ที่คาดหวังการลดน้ำหนัก แบบรวดเร็วมาก โยคะไม่ใช่การออกกำลังกาย แบบเผาผลาญสูง ในระยะสั้น
- ผู้ที่ไม่ชอบการฝึกแบบช้า และต้องใช้สมาธิ เพราะโยคะต้องอาศัยความนิ่ง และการโฟกัส
โยคะ คืออะไร กล่าวโดยสรุป
โยคะไม่ใช่แค่การออกกำลังกาย เพื่อความยืดหยุ่น หรือความสวยงาม ของท่าทางเท่านั้น แต่เป็นการดูแลสุขภาพ ที่เชื่อมโยงร่างกาย การหายใจ และจิตใจเข้าด้วยกันอย่างสมดุล เหมาะกับทุกช่วงวัย และทุกระดับความสามารถ ช่วยเสริมความแข็งแรง ลดความเครียด ดูแลสุขภาพระยะยาว
ควรฝึกโยคะ วันละกี่นาที?
โดยทั่วไปควรฝึกโยคะ วันละประมาณ 20–60 นาที ขึ้นอยู่กับระดับความแข็งแรง และเป้าหมายของแต่ละคน หากเป็นผู้เริ่มต้น สามารถเริ่มที่ 20–30 นาที เพื่อให้ร่างกายปรับตัวก่อน ส่วนผู้ที่ฝึกเป็นประจำ อาจเพิ่มเวลาเป็น 45–60 นาที สิ่งสำคัญไม่ใช่การฝึกนานที่สุด แต่คือการฝึกอย่างสม่ำเสมอ
ฝึกโยคะ ทุกวันได้ไหม?
สามารถฝึกโยคะได้ทุกวัน เพราะเป็นการออกกำลังกาย ที่แรงกระแทกต่ำ และช่วยฟื้นฟูร่างกาย แต่ควรเลือกความหนักให้เหมาะสม สลับระหว่างวันที่ฝึกเบา และวันที่ใช้แรงมากขึ้น และหากรู้สึกปวด หรืออ่อนล้า ควรพัก หรือปรับท่าให้เบาลง การฟังสัญญาณของร่างกาย จะช่วยให้ฝึกโยคะได้ปลอดภัย
- Tags: ความรู้ทั่วไป


