Estrogen คืออะไร มีบทบาทยังไงต่อร่างกาย?

Estrogen คืออะไร

Estrogen คืออะไร เอสโตรเจนเป็นฮอร์โมนสำคัญ ที่มีบทบาทต่อร่างกาย โดยเฉพาะในผู้หญิง ตั้งแต่ระบบสืบพันธุ์ ผิวพรรณ อารมณ์ ไปจนถึงมวลกระดูก แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ ว่าเอสโตรเจนส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมในหลายด้าน บทความนี้ จะพาไปรู้จักเอสโตรเจน ในมุมที่เข้าใจง่ายมากขึ้น

  • Estrogen คืออะไร มีกี่ชนิด?
  • หน้าที่ของฮอร์โมนเอสโตรเจน
  • วิธีดูแลตัวเอง ให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนสมดุล

Estrogen คืออะไร มีกี่ชนิด?

เอสโตรเจนคือฮอร์โมนเพศ ที่เกี่ยวข้องกับผู้หญิง โดยทำงานร่วมกับโปรเจสเตอโรน เพื่อควบคุมระบบสืบพันธุ์ มีบทบาทสำคัญ ต่อการพัฒนาลักษณะทางเพศ เช่นหน้าอก สะโพก การมีประจำเดือน การตั้งครรภ์ และวัยหมดประจำเดือน นอกจากนี้ เอสโตรเจนยังส่งผลต่อระบบอื่นๆ ของร่างกายด้วย

เช่นกระดูก สมอง และหัวใจ เอสโตรเจนมีอยู่หลักๆ 3 ชนิด ได้แก่ Estrone ซึ่งเป็นรูปแบบหลัก หลังวัยหมดประจำเดือน Estradiol เป็นชนิดที่พบมากที่สุด ในช่วงวัยเจริญพันธุ์ และมีฤทธิ์แรงที่สุด และ Estriol ซึ่งเป็นรูปแบบหลัก ของเอสโตรเจนในช่วงตั้งครรภ์ (2 สิงหาคม 2022) [1]

ประวัติเอสโตรเจน การค้นพบครั้งแรก

Estrogen คืออะไร

เอสโตรเจนถูกค้นพบครั้งแรกในปี 1929 โดยนักวิทยาศาสตร์สองคนคือ Adolf Butenandt และ Edward Adelbert Doisy ซึ่งสามารถแยกฮอร์โมนเอสโตรเจนได้สำเร็จ ต่อมามีการค้นพบเอสโตรเจนชนิดอื่น ได้แก่ estriol ในปี 1930 และ estradiol ในปี 1933 หลังจากนั้นไม่นาน

เอสโตรเจนทั้งแบบธรรมชาติ และแบบสังเคราะห์ ก็เริ่มถูกนำมาใช้ทางการแพทย์ เช่น estradiol benzoate, Premarin และ ethinylestradiol ซึ่งยังคงใช้กันจนถึงปัจจุบัน คำว่าเอสโตรเจน มีรากศัพท์มาจากภาษากรีกโบราณ โดยมาจากคำว่า oestros ที่หมายถึงภาวะตื่นตัวทางเพศ ในสัตว์เพศเมีย

และ genos ที่แปลว่าการก่อกำเนิด คำนี้เริ่มถูกใช้ครั้งแรก ช่วงต้นทศวรรษ 1920 ในชื่อ oestrin ก่อนที่ภาษาอังกฤษ แบบอเมริกัน จะปรับการสะกดเป็น estrogen เพื่อให้ออกเสียงง่ายขึ้น ตามสำเนียง (22 ธันวาคม 2025) [2]

หน้าที่ของฮอร์โมนเอสโตรเจน คืออะไร?

เอสโตรเจนมีบทบาทสำคัญ ต่ออวัยวะ และระบบสืบพันธุ์ ของผู้หญิง โดยหน้าที่หลักๆ ได้แก่

  • รังไข่ ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโต ของถุงไข่ ทำให้ร่างกายพร้อม สำหรับการตกไข่
  • ช่องคลอด ช่วยคงความหนา และความยืดหยุ่น ของผนังช่องคลอด พร้อมส่งเสริมความชุ่มชื้น ลดอาการแห้ง หรือระคายเคือง
  • มดลูก ช่วยดูแลเยื่อบุโพรงมดลูก ให้เหมาะสม ต่อการฝังตัวของตัวอ่อน และควบคุมความหนา และการหลั่ง ของมูกมดลูก
  • เต้านม มีส่วนช่วย ในการพัฒนาเนื้อเยื่อเต้านม และช่วยควบคุม การหยุดหลั่งน้ำนม หลังหย่านม

ที่มา: Everything you need to know about estrogen (22 เมษายน 2025) [3]

วิธีดูแลตัวเอง ให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนสมดุล

การรักษาระดับเอสโตรเจนให้พอดี ช่วยให้ร่างกาย ทำงานเป็นปกติ ลดปัญหาอารมณ์ ผิวพรรณ ระบบสืบพันธุ์ และกระดูก สามารถดูแลตัวเองได้ ด้วยวิธีเหล่านี้

  • กินอาหารให้หลากหลาย และครบหมู่ เน้นผักผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่ว เมล็ดพืช และโปรตีนคุณภาพดี อาหารเหล่านี้ ช่วยให้ร่างกาย สร้างและควบคุมฮอร์โมน ได้ดีขึ้น
  • เพิ่มอาหารที่มี Phytoestrogens ตามธรรมชาติ เช่นถั่วเหลือง งา เมล็ดแฟลกซ์ เต้าหู้ เทมเป้ ช่วยพยุงระดับเอสโตรเจน โดยเฉพาะในคนที่ฮอร์โมนเริ่มลดลง
  • ออกกำลังกาย สม่ำเสมอ ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน ลดไขมันส่วนเกิน ซึ่งเป็นแหล่งผลิตเอสโตรเจน และช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น
  • นอนให้เพียงพอ การพักผ่อนที่ดี ช่วยให้ระบบฮอร์โมน ทำงานเป็นจังหวะ ลดความเครียดของร่างกาย
  • จัดการความเครียด ความเครียดเรื้อรัง รบกวนสมดุลฮอร์โมน ควรหาวิธีผ่อนคลาย เช่นเดินเล่น ฟังเพลง ทำสมาธิ หรือกิจกรรมที่ชอบ
  • หลีกเลี่ยงสารรบกวนฮอร์โมน ลดการใช้ภาชนะพลาสติก ใส่อาหารร้อน เลี่ยงสารเคมีบางชนิด ในเครื่องสำอาง หรือของใช้ เพราะอาจส่งผล ต่อระดับเอสโตรเจน
  • ควบคุมน้ำหนัก ให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม น้ำหนักที่มาก หรือน้อยเกินไป ล้วนกระทบฮอร์โมน การรักษาน้ำหนักให้สมดุล ช่วยให้เอสโตรเจนคงที่
  • ตรวจสุขภาพเป็นระยะ โดยเฉพาะผู้ที่มีประจำเดือนผิดปกติ วัยทอง หรือมีอาการฮอร์โมนแปรปรวน การตรวจช่วยให้รู้ปัญหาเร็ว และดูแลได้ตรงจุด

ถ้าเอสโตรเจนสูงเกินไป จะเป็นยังไง?

เมื่อระดับเอสโตรเจน สูงกว่าปกติ ร่างกายอาจแสดงอาการเหล่านี้ออกมาได้

  • ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ หรือมามากผิดปกติ เพราะเยื่อบุโพรงมดลูก หนาตัวเกินไป
  • คัดตึงเต้านม เจ็บเต้านม เนื่องจากเนื้อเยื่อเต้านม ตอบสนองต่อฮอร์โมนมากเกิน
  • อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย เอสโตรเจนที่สูง อาจกระทบสมดุลสารเคมีในสมอง
  • น้ำหนักขึ้นง่าย โดยเฉพาะบริเวณสะโพก และต้นขา เพราะเอสโตรเจน มีผลต่อการสะสมไขมัน
  • ท้องอืด ตัวบวม จากการกักเก็บน้ำในร่างกาย
  • เสี่ยงต่อภาวะฮอร์โมนไม่สมดุล ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับซีสต์ เนื้องอก หรือภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกหนาผิดปกติ ในระยะยาว

ถ้าเอสโตรเจนต่ำเกินไป จะเป็นยังไง?

ในทางกลับกัน หากเอสโตรเจนต่ำเกินไป ก็ส่งผลต่อสุขภาพได้เช่นกัน ดังนี้

  • ช่องคลอดแห้ง แสบ หรือเจ็บ ขณะมีเพศสัมพันธ์ เพราะผนังช่องคลอดบางลง และขาดความชุ่มชื้น
  • ประจำเดือนมาน้อย หรือขาดประจำเดือน เนื่องจากระบบสืบพันธุ์ ทำงานลดลง
  • ร้อนวูบวาบ เหงื่อออกกลางคืน อาการที่พบบ่อย ในช่วงวัยหมดประจำเดือน
  • อารมณ์ซึม เศร้า หรือสมาธิลดลง เพราะฮอร์โมน มีผลต่อสมอง และอารมณ์
  • มวลกระดูกลดลง เสี่ยงกระดูกพรุน เอสโตรเจนช่วยรักษาความแข็งแรงของกระดูก เมื่อขาดจะทำให้กระดูกบางลง
  • ผิวแห้ง ผมร่วง เหนื่อยง่าย เป็นผลจากการที่ร่างกายขาดฮอร์โมน ที่ช่วยดูแลระบบต่างๆ

Estrogen คืออะไร กล่าวโดยสรุป

เอสโตรเจนเป็นฮอร์โมนสำคัญ ที่มีบทบาทต่อร่างกายทั้งผู้หญิง ตั้งแต่ระบบสืบพันธุ์ กระดูก สมอง อารมณ์ ไปจนถึงผิวพรรณ การมีระดับเอสโตรเจนที่สมดุล ช่วยให้ร่างกาย ทำงานเป็นปกติ การดูแลตัวเอง ด้วยการกินอาหาร ที่มีประโยชน์ ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ เป็นวิธีง่ายๆ ที่ช่วยให้เอสโตรเจนสมดุล

ผู้ชายมีฮอร์โมนเอสโตรเจนไหม ช่วยอะไร?

ผู้ชายก็มีฮอร์โมนเอสโตรเจนเช่นกัน แต่ในปริมาณที่น้อยกว่าผู้หญิง เอสโตรเจนในผู้ชาย ช่วยดูแลความแข็งแรง ของกระดูก ควบคุมระดับคอเลสเตอรอล ส่งผลต่ออารมณ์ และช่วยการทำงาน ของระบบสืบพันธุ์ หากเอสโตรเจนไม่สมดุล อาจกล้ามเนื้อลดลง เหนื่อยง่าย หรือสมรรถภาพทางเพศลดลงได้

อาหารอะไรที่บ้าง ที่มีเอสโตรเจนสูง?

อาหารที่ช่วยเสริมเอสโตรเจน เช่นถั่วเหลือง เต้าหู้ เทมเป้ นมถั่วเหลือง เมล็ดแฟลกซ์ งา ถั่วลูกไก่ เลนทิล รวมถึงผักบางชนิดอย่างบรอกโคลี กะหล่ำปลี และผลไม้ เช่น แอปเปิล เชอร์รี อาหารเหล่านี้ไม่ได้เป็นฮอร์โมนเอสโตรเจนโดยตรง แต่ช่วยให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายสมดุล

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง