Filler ช่วยอะไร รวมเรื่องน่ารู้ก่อนตัดสินใจฉีด

Filler ช่วยอะไร

Filler ช่วยอะไร ฟิลเลอร์มักถูกใช้เพื่อเติมเต็มร่องลึก ปรับรูปหน้า และช่วยให้ผิวดูอิ่มฟูมากขึ้น แต่รายละเอียดของการใช้งาน ยังมีหลายด้านที่แตกต่างกันไป ตามตำแหน่ง และประเภทของฟิลเลอร์ ซึ่งก่อนจะตัดสินใจทำ ควรเริ่มจากการหาข้อมูลพื้นฐาน เพื่อทำความเข้าใจว่าฟิลเลอร์ทำงานอย่างไร

  • Injectable filler คืออะไร?
  • เตรียมตัวยังไงก่อนฉีด Filler?
  • Filler ช่วยอะไรผิวพรรณบ้าง?

สาร Injectable filler คืออะไร?

Filler คือสารเติมเต็ม ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ในด้านความงาม และการแพทย์ โดยชนิดที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบันคือ Hyaluronic Acid หรือ HA ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ตามธรรมชาติในผิวหนัง เมื่ออายุมากขึ้น ปริมาณของสารชนิดนี้จะค่อยๆลดลง ส่งผลให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น และเกิดร่องลึก

จึงมีการนำ HA แบบสังเคราะห์มาใช้เพื่อช่วยเติมเต็มผิว ปรับรูปหน้า และเสริมความสมดุลของใบหน้าให้ดูเรียบเนียนมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นสารที่มีโอกาสเกิดอาการแพ้ค่อนข้างน้อย และสามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ หลักการทำงานของฟิลเลอร์ เกิดจากการที่ตัวสารเข้าไปอุ้มน้ำใต้ชั้นผิว

ทำให้บริเวณที่เป็นร่องลึกดูเต็มขึ้น ผิวจึงดูอิ่มฟู และช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นได้ โดยระยะเวลาการคงอยู่ของฟิลเลอร์ จะต่างกันไปตามชนิดของสาร เทคนิคการฉีด รวมถึงการดูแลตัวเองหลังทำ ซึ่งโดยทั่วไปสามารถอยู่ได้ตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 2 ปี ก่อนที่ร่างกายจะค่อยๆดูดซึม และสลายไปเอง (12 กุมภาพันธ์ 2024) [1]

เตรียมตัวยังไงก่อนฉีด Filler?

Filler ช่วยอะไร

แนะนำให้งดยาแก้ปวดบางชนิด เช่นแอสไพริน รวมถึงยากลุ่มต้านการอักเสบอย่าง Ibuprofen และ Naproxen ล่วงหน้าอย่างน้อย 2 สัปดาห์ นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงวิตามิน หรืออาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่นวิตามินอี น้ำมันปลา โสม ขิง กระเทียม ใบแปะก๊วยในช่วงเวลาเดียวกัน

รวมถึงงดแอลกอฮอล์ประมาณ 1–3 วันก่อนฉีด ควรดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ไม่มีอาการป่วย อยู่ในภาวะร่างกายปกติ และควรทำความสะอาดใบหน้า หรือล้างเครื่องสำอาง ก่อนเข้าพบแพทย์ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงระหว่างทำหัตถการ (9 มกราคม 2024) [2]

จุดเริ่มต้น ที่มาของ Injectable filler

Injectable filler หรือสารเติมเต็มชนิดฉีด เป็นวัสดุที่ถูกพัฒนาขึ้น เพื่อใช้เติมเต็มเนื้อเยื่อในร่างกาย ทั้งด้านความงาม และการแพทย์ โดยได้รับความนิยมมากขึ้น ตั้งแต่ช่วงปี 1980 จากการนำมาใช้ลดริ้วรอย เพิ่มวอลลุ่มใบหน้า และช่วยปรับรูปหน้า สารที่พบได้บ่อยคือ Hyaluronic Acid

ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ตามธรรมชาติในร่างกาย จุดเด่นคือสามารถอุ้มน้ำได้ดี และเข้ากับเนื้อเยื่อได้ง่าย บางประเภทช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว ช่วยฟื้นฟูผิว และเนื้อเยื่อในระยะยาว ปัจจุบันฟิลเลอร์ยังถูกศึกษาในด้านสมานแผล ซ่อมแซมกระดูก การนำส่งยา และงานวิศวกรรมเนื้อเยื่อ

มีข้อมูลในปี 2015 ที่รายงานว่าผู้เข้าร่วมจำนวน 452 ราย มีอาการแพ้ เกี่ยวข้องกับสาร BDDE คิดเป็น 34.3% ขณะเดียวกันรีวิวในปี 2024 ก็ยังพูดถึงประเด็นด้านความปลอดภัยระยะยาว ผลลัพธ์ของฟิลเลอร์แบบชั่วคราวอยู่ได้ประมาณ 6 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดของสาร ตำแหน่งที่ฉีด (11 พฤษภาคม 2026) [3]

Filler ช่วยอะไร ผิวพรรณบ้าง?

  • ใต้ตา ลดร่องลึกใต้ตา ฟิลเลอร์ช่วยเติมเต็มบริเวณใต้ตา ที่ตอบหรือยุบลึก ทำให้ร่องใต้ตาดูตื้นขึ้น ใบหน้าดูสดใส และอ่อนโยนมากขึ้น
  • ช่วยให้หน้าดูสดชื่น ไม่โทรม เมื่อใต้ตาดูเต็มขึ้น จะช่วยลดความเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย หรือหน้าดูหมองคล้ำ ทำให้ใบหน้าดูสดชื่นกว่าเดิม
  • ลดเงาดำใต้ตาในบางกรณี ใต้ตาคล้ำที่เกิดจากเงา ของร่องลึก อาจดูจางลง หลังเติมฟิลเลอร์ เพราะผิวบริเวณนั้นเรียบ และสะท้อนแสงดีขึ้น
  • ทำให้ผิวใต้ตาดูเรียบเนียนขึ้น ฟิลเลอร์ช่วยปรับพื้นผิวบริเวณใต้ตาให้ดูเรียบ ลดความเป็นลอน หรือผิวที่ดูยุบไม่สม่ำเสมอ
  • เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ฟิลเลอร์ประเภท Hyaluronic Acid มีคุณสมบัติอุ้มน้ำ จึงช่วยให้ผิวใต้ตาดูอิ่มน้ำ และไม่แห้งกร้าน
  • ช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนวัยขึ้น ใต้ตาเป็นจุดที่ทำให้หน้าดูมีอายุได้ง่าย เมื่อร่องลึกและความโทรมลดลง ใบหน้าจึงดูเด็กลง อย่างเป็นธรรมชาติ
  • ปรับสมดุลใบหน้าให้ดูละมุนขึ้น การเติมใต้ตาอย่างเหมาะสม สามารถช่วยให้ช่วงตากับแก้มเชื่อมต่อกันดูนุ่มนวล ไม่เป็นเส้นแบ่งชัดเกินไป
  • แต่งหน้าง่ายขึ้น เมื่อใต้ตาเรียบขึ้น เครื่องสำอางหรือคอนซีลเลอร์ มักตกร่องน้อยลง ทำให้แต่งหน้าได้ง่าย และผิวดูเนียนกว่าเดิม

Filler ใช้เวลานานไหม กว่าหน้าจะเข้าที่?

หลังฉีดฟิลเลอร์ โดยทั่วไปใบหน้าจะค่อยๆเข้าที่ และเห็นผลลัพธ์ ภายในประมาณ 2-4 สัปดาห์ ช่วงแรกบางคนอาจมีอาการบวม รอยแดง หรือความตึงเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด ซึ่งมักดีขึ้นได้เองภายใน 2-3 วัน ทั้งนี้ระยะเวลาการฟื้นตัว อาจแตกต่างกันตามสภาพผิว และตำแหน่งที่ทำ

หากต้องการให้รูปหน้าดูเข้ากับใบหน้า อย่างเป็นธรรมชาติ ควรดูแลตัวเอง ตามคำแนะนำของแพทย์ เช่นหลีกเลี่ยงการกด หรือสัมผัสแรงๆบริเวณที่ฉีด ลดการเจอความร้อนจัด และดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อช่วยให้ฟิลเลอร์คงตัวได้ดีขึ้น ควรใช้ฟิลเลอร์ที่ผ่านการรับรอง เพื่อให้ปลอดภัย

Filler ฉีดบริเวณตรงไหนได้บ้าง?

  • ใต้ตา ช่วยลดความลึกของใต้ตาคล้ำและทำให้ใบหน้าดูสดชื่นขึ้น
  • ร่องแก้ม เติมเต็มร่องลึกบริเวณแก้ม ทำให้ใบหน้าดูอ่อนวัยมากขึ้น
  • ขมับ ช่วยแก้ปัญหาขมับตอบ เพิ่มความสมดุลให้รูปหน้า
  • หน้าผาก ใช้ปรับหน้าผากให้ดูเรียบและมีมิติมากขึ้น
  • คาง ช่วยเสริมคางให้ดูยาวหรือได้สัดส่วนเข้ากับใบหน้า
  • ริมฝีปาก เพิ่มความอิ่มฟู ปรับทรงปากให้ดูชัดและสมส่วน
  • แก้มตอบ เติมเต็มแก้มที่ยุบตัว ช่วยให้ใบหน้าดูเต็มและสดใสขึ้น
  • กรอบหน้า ช่วยปรับแนวกรอบหน้าให้ดูคมชัดและมีมิติมากขึ้น
  • จมูก ใช้เสริมสันจมูกหรือปรับรูปทรงบางจุดโดยไม่ต้องผ่าตัด
  • ร่องน้ำหมาก ลดความลึกบริเวณมุมปาก ช่วยให้ใบหน้าดูไม่เหนื่อยล้า
  • มือ หรือหลังมือ ช่วยให้ผิวมือดูเต็ม ลดเส้นเอ็นและริ้วรอยที่เห็นชัด

สรุปแล้ว Filler ช่วยอะไร

Filler เป็นหนึ่งในหัตถการที่ถูกนำมาใช้เพื่อช่วยเติมเต็มร่องลึก ปรับรูปหน้า และเพิ่มความอิ่มฟูให้ผิว โดยเฉพาะบริเวณใต้ตา ร่องแก้ม หรือจุดที่ยุบตัว ซึ่งสามารถช่วยให้ใบหน้าดูสดชื่น อ่อนวัย มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ ความปลอดภัย และระยะเวลาการคงอยู่ของฟิลเลอร์ อาจแตกต่างกัน

ใครบ้างที่ไม่เหมาะกับการฉีด Filler?

คนที่กำลังมีการอักเสบ ติดเชื้อ หรือมีแผลบริเวณที่จะฉีด ผู้ที่แพ้สารบางชนิดในฟิลเลอร์ ผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันบางประเภท หญิงตั้งครรภ์ หรืออยู่ระหว่างให้นมบุตร รวมถึงผู้ที่มีประวัติฉีดสารเติมเต็มถาวร หรือสารที่ไม่ทราบชนิดมาก่อน เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาหลังฉีดได้

หลังฉีด Filler ควรดูแลยังไง?

หลังฉีด Filler ควรหลีกเลี่ยงการกด นวด หรือสัมผัสแรงๆ บริเวณที่ฉีดในช่วงแรก งดความร้อนจัด เช่นซาวน่า เลเซอร์ หรือออกกำลังกายหนักประมาณ 24–48 ชั่วโมง รวมถึงควรหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ และการนอนคว่ำ เพื่อลดอาการบวม และช่วยให้ฟิลเลอร์เข้าที่ได้ดีขึ้น

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง