
ออกกำลังกายในรูปแบบ HIIT คืออะไร
- Fiona
- 72 views

HIIT คืออะไร คือรูปแบบการออกกำลังกาย ที่สลับระหว่างช่วงใช้แรงเต็มที่ กับช่วงพัก หรือออกแรงเบาลง ในเวลาสั้นๆ ทำให้หัวใจเต้นเร็ว เหนื่อยไว ใช้เวลาไม่นาน การออกกำลังกายรูปแบบนี้สะท้อนแนวคิดการออกกำลังกายคนยุคใหม่ ที่ต้องการความกระชับ ปรับให้เข้ากับชีวิตประจำวันที่เร่งรีบ
- HIIT คืออะไร
- ประโยชน์ของHIIT
- HIITลดน้ำหนักได้จริงไหม?
ฝึก High-Intensity Interval Training คืออะไร?
คือรูปแบบการออกกำลังกาย ที่สลับระหว่างช่วงที่ใช้แรงมาก ในเวลาสั้นๆ กับช่วงพัก หรือช่วงที่ออกแรงเบาลง ทำให้ร่างกายทำงานหนักเป็นช่วงๆ โดยไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายนาน หลักสำคัญไม่ได้อยู่ที่ความเร็ว หรือความโหด แต่คือการดันร่างกาย ให้ทำได้มากกว่าปกติ ในช่วงเวลาสั้น
แล้วปล่อยให้ฟื้นตัว ก่อนจะเริ่มรอบใหม่อีกครั้ง แนวคิดนี้คือการออกกำลังกายที่ยืดหยุ่น และปรับได้ตามระดับของแต่ละคน สามารถกำหนดจังหวะ ความหนัก ให้เหมาะกับตัวเองได้ เป็นการออกกำลังกาย ที่เข้ากับชีวิตประจำวัน ใช้เวลาน้อย แต่ยังคงได้ประโยชน์ จากการขยับร่างกายอย่างเต็มที่ (1 มิถุนายน 2023) [1]
ที่มาของ High-Intensity Interval Training

HIIT มีที่มามาจากแนวคิดของ interval training ที่เริ่มใช้กับนักกีฬา ในต้นศตวรรษที่ 20 โดยโค้ช และนักวิจัยต่างๆ พบว่าการสลับช่วงวิ่ง หรือทำกิจกรรมหนักสั้นๆ กับช่วงพักช่วยเพิ่มสมรรถภาพได้ดี นักวิทยาศาสตร์ และนักกีฬาชาวยุโรปหลายคน เช่นโค้ชชาวเยอรมันและชาวสแกนดิเนเวีย
ใช้หลักการเหล่านี้ ตั้งแต่ปี 1930–1970 เพื่อพัฒนาความอดทน และความเร็วของนักกีฬา พัฒนาการเหล่านี้ ถือเป็นรากฐาน ของการออกกำลังกาย แบบหนักสลับเบาในช่วงเวลาสั้นๆ ที่ใช้ในปัจจุบัน ในช่วงทศวรรษ 1990 แนวคิดการออกกำลังกายแบบนี้ ถูกพัฒนาให้เป็นรูปแบบ ที่เป็นระบบมากขึ้น
Izumi Tabata ทดลองรูปแบบ ที่ใช้ช่วงเวลาเข้มข้นมาก สลับกับช่วงพักสั้น กับนักกีฬา speed skating ทำให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น จากนั้นนักวิจัย Martin Gibala ก็ได้เสนอรูปแบบใหม่ ในช่วงปี 2000 ซึ่งช่วยเผยแพร่ ให้คนทั่วไปนำไปใช้ได้ และได้นิยมไปทั่วโลก ในศตวรรษที่ 20 – 21 เป็นต้นมา (8 มกราคม 2026) [2]
ประโยชน์ของ High-Intensity-Interval-Training
- ช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงาน ทั้งระหว่างออกกำลังกาย และหลังการออกกำลังกาย ทำให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรีได้มาก ในขณะออกกำลังกาย และยังช่วยให้ระบบเผาผลาญ ทำงานต่อเนื่อง หลังออกกำลังกายเสร็จแล้ว ทำให้ได้ผลดี แม้ใช้เวลาไม่นาน
- ช่วยลดไขมันส่วนเกิน และน้ำหนักตัว การสลับช่วงออกแรงหนัก สลับกับพัก ทำให้ร่างกายดึงไขมัน มาใช้เป็นพลังงานได้มากขึ้น ส่งผลให้ลดระดับไขมันในร่างกายได้ดีขึ้น เมื่อทำอย่างสม่ำเสมอ
- ช่วยเพิ่มความแข็งแรง ของหัวใจ และปอด สามารถพัฒนาสมรรถภาพของหัวใจ และระบบหายใจ ทำให้หัวใจแข็งแรงขึ้น และร่างกายใช้ออกซิเจนได้ดีขึ้น เมื่อเทียบกับการออกกำลังกายแบบปกติ
- ช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจ และความดันโลหิต การฝึกแบบเข้มข้นสูงเป็นช่วงๆ ช่วยให้หัวใจทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้ค่าการเต้นของหัวใจขณะพัก และความดันโลหิตลดลงตามเวลา
- ช่วยควบคุมระดับน้ำตาล และเพิ่มความไวของอินซูลิน ทำให้กล้ามเนื้อใช้น้ำตาลจากเลือด เป็นพลังงานได้ดีขึ้น ซึ่งช่วยปรับระดับน้ำตาล และทำให้ร่างกาย ตอบสนองอินซูลินได้ดีขึ้น เหมาะสำหรับการดูแลสุขภาพ ลดความเสี่ยงของเบาหวาน
- ช่วยพัฒนาความทนทาน และสมรรถภาพทั่วไป การฝึกแบบนี้ ไม่เพียงแค่ช่วยเผาผลาญ แต่ยังช่วยพัฒนาความทนของกล้ามเนื้อ และทำให้ร่างกายรับแรงได้ดีขึ้น ทำให้สามารถออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ที่มา: 7 Benefits of High Intensity Interval Training (29 พฤษภาคม 2025) [3]
High-Intensity-Interval-Training ลดน้ำหนักได้ไหม?
สามารถช่วยลดน้ำหนักได้จริง หากทำอย่างเหมาะสม และสม่ำเสมอ เพราะรูปแบบการออกกำลังกายนี้ กระตุ้นการใช้พลังงานสูง ในเวลาสั้นๆ ทำให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรีได้มาก ทั้งระหว่างออกกำลังกาย และหลังจากหยุดไปแล้วช่วงหนึ่ง นอกจากนี้ ยังช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญ
และการใช้ไขมันเป็นพลังงานมากขึ้น จึงเหมาะกับคนที่มีเวลาจำกัด แต่ต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม การลดน้ำหนัก ยังต้องดูเรื่องอาหาร การพักผ่อน และความต่อเนื่องร่วมด้วย จะเห็นผลดีที่สุด เมื่อใช้เป็นวิธี ของการดูแลสุขภาพโดยรวม ไม่ใช่ทำหนักช่วงสั้น แล้วหยุดไป
โดยจะต่างจากการคาร์ดิโอ ซึ่งหากใครสงสัยว่า คาร์ดิโอ คืออะไร จะสรุปสั้นๆได้ว่า คาร์ดิโอคือการออกกำลังกาย ที่ทำต่อเนื่อง ในระดับความหนักปานกลาง เช่นเดินเร็ว วิ่งเหยาะ ปั่นจักรยาน หรือว่ายน้ำ จะเน้นที่สามารถทำได้นาน และใช้ความสม่ำเสมอ
High-Intensity-Interval เทรนนิ่ง เหมาะกับใคร?
- คนที่มีเวลาน้อย เพราะใช้เวลาออกกำลังกายไม่นาน แต่ได้ความเข้มข้นสูง
- คนที่ออกกำลังกายมาบ้างแล้ว ร่างกายพอรับแรง และความเหนื่อยระดับสูงได้
- คนที่อยากเพิ่มความฟิต ของหัวใจ และปอด เนื่องจากการออกกำลังกายรูปแบบนี้ ช่วยพัฒนาสมรรถภาพ ของระบบไหลเวียนเลือดได้ดี
- คนที่ชอบการออกกำลังกายหลากหลาย เพราะสามารถปรับท่า รูปแบบ และระดับความหนัก ได้ตามความชอบ
- คนที่ต้องการความท้าทาย เพราะการออกกำลังกายรูปแบบนี้ ช่วยสร้างแรงกระตุ้น และความรู้สึกก้าวหน้า จากการฝึก
High-Intensity-Interval เทรนนิ่ง ไม่เหมาะกับใคร?
- ผู้ที่มีโรคหัวใจ หรือโรคประจำตัวรุนแรง เพราะความเข้มข้นสูง อาจเพิ่มความเสี่ยง
- ผู้ที่มีอาการบาดเจ็บของข้อ หรือกล้ามเนื้อ การเคลื่อนไหวเร็ว และแรง อาจทำให้อาการแย่ลง
- ผู้ที่ไม่เคยออกกำลังกายเลย ควรเริ่มจากการออกกำลังกายเบาๆก่อน แล้วค่อยพัฒนา
- ผู้สูงอายุที่ยังไม่ผ่านการประเมินร่างกาย ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนเริ่ม
- คนที่พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือร่างกายอ่อนล้า เพราะการออกกำลังกายรูปแบบนี้ ต้องการการฟื้นตัวที่ดี
HIIT คืออะไร กล่าวโดยสรุป
HIIT เป็นรูปแบบการออกกำลังกาย ที่ตอบโจทย์คนยุคใหม่ ที่ต้องการความกระชับ ใช้เวลาน้อย แต่ยังได้ประโยชน์ครบทั้งการเผาผลาญ ไขมัน สุขภาพหัวใจ และสมรรถภาพร่างกาย การทำให้ได้ผลดี ควรทำอย่างสม่ำเสมอ ควบคู่กับการกินอาหารที่เหมาะสม และการพักผ่อนให้เพียงพอ
ควรที่จะ HIIT วันละกี่นาที?
โดยทั่วไป ใช้เวลาประมาณ 15–30 นาทีต่อครั้ง ก็เพียงพอแล้ว เพราะเป็นการออกแรงมาก ร่างกายจะใช้พลังงานสูง ในช่วงเวลาสั้น การฝึกนานเกินไป อาจทำให้ร่างกายล้า และฟื้นตัวไม่ทัน ดังนั้นการโฟกัส ที่คุณภาพของการออกแรง มากกว่าระยะเวลา จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี และปลอดภัยกว่า
จะออกกำลังกายแบบ HIIT ทุกวันได้ไหม?
โดยหลักแล้ว ไม่แนะนำให้ทำทุกวัน เพราะต้องการเวลาพักฟื้น ของกล้ามเนื้อ และระบบหัวใจ หากทำต่อเนื่องทุกวัน อาจเพิ่มความเสี่ยง ต่อการบาดเจ็บ หรืออ่อนล้าเกินไป แนวทางที่เหมาะคือทำประมาณ 2–4 วันต่อสัปดาห์ และสลับวันอื่น ด้วยการออกกำลังกายเบาๆ
- Tags: ความรู้ทั่วไป


