อาหารเสริม Maqui Berry Extract ช่วยอะไร

Maqui Berry Extract ช่วยอะไร

Maqui Berry Extract ช่วยอะไร มีส่วนช่วยเรื่องต้านอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบ ช่วยดูแลระดับน้ำตาลกับไขมันในเลือดได้ในระดับหนึ่ง ขึ้นอยู่กับปริมาณและการใช้งาน ซึ่งในบทความนี้ เราจะพาไปดูแบบเข้าใจง่ายว่า maqui extract มีประโยชน์อะไร และเหมาะกับใครบ้าง

  • Maqui Berry คืออะไร?
  • ประโยชน์ของ Maqui Berry
  • งานวิจัยเกี่ยวกับ Maqui Berry

ต้น Maqui Berry คืออะไร?

Maqui Berry Extract ช่วยอะไร

ต้น Aristotelia chilensis หรือ Maqui Berry เป็นพืชพื้นเมืองของ Chile และตอนใต้ของ Argentina ผลของมันถูกเก็บจากธรรมชาติเป็นหลักเพื่อนำมาขาย ลักษณะเป็นไม้ยืนต้นสูงประมาณ 4–5 เมตร (13–16 ฟุต) ออกผลเป็นเบอร์รี่สีม่วงเข้ม ขนาดราว 4–6 มิลลิเมตร (0.16–0.24 นิ้ว)

มีเมล็ด 4–8 เมล็ด ต้นอายุ 7 ปีสามารถให้ผลได้สูงสุดประมาณ 10 กิโลกรัมหรือ 22 ปอนด์ต่อปี รสชาติคล้ายแบล็กเบอร์รี่ ต้น maqui ถูกบรรยายทางวิทยาศาสตร์เป็นครั้งแรกโดย Juan Ignacio Molina ในปี 1782 โดยตั้งชื่อว่า Cornus chilensis

ต่อมาในปี 1914 Stephen Conrad Stuntz ได้จัดพืชชนิดนี้ให้อยู่ในสกุล Aristotelia ซึ่งสกุลดังกล่าวถูกตั้งขึ้นก่อนหน้านั้นโดย Charles Louis L’Héritier de Brutelle ในปี 1786 และได้เปลี่ยนชื่อทางวิทยาศาสตร์ใหม่เป็น A. chilensis (6 เมษายน 2026) [1]

ประโยชน์ของ Maqui Berry คืออะไร?

  • สารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก Maqui Berry จาก Aristotelia chilensis มีจุดเด่นเรื่องสารต้านอนุมูลอิสระ โดยมีมากกว่าผลไม้กลุ่มเบอร์รี่บางชนิดได้ถึง 4 เท่า และการทดลอง 4 สัปดาห์ ที่ใช้ปริมาณ 162 mg วันละ 3 ครั้ง ช่วยลดความเสียหายของเซลล์จากอนุมูลอิสระได้
  • ช่วยลดการอักเสบในร่างกาย มีข้อมูลจากการทดลอง 2 สัปดาห์ ที่ใช้สารสกัดมากิเบอร์รี่ 2 กรัม วันละ 2 ครั้ง พบว่าค่าการอักเสบ โดยเฉพาะในระบบทางเดินหายใจ ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
  • ดีต่อหัวใจและหลอดเลือด งานวิจัยในคน 93,600 คน แสดงให้เห็นว่าความเสี่ยงหัวใจวายลดลง 32% และอีกงานหนึ่งพบว่าความดันโลหิตสูงลดลง 12% รวมถึงการทดลอง 3 เดือนใน 31 คน ที่ใช้สารสกัดมากิเบอร์รี่ 180 mg ยังช่วยลด LDL ได้เฉลี่ย 12.5%
  • ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด การทดลอง 3 เดือน ใช้สารสกัดมากิเบอร์รี่ 180 mg ต่อวัน ทำให้น้ำตาลในเลือดเฉลี่ยลดลง 5% ซึ่งเพียงพอให้ระดับน้ำตาลกลับมาอยู่ในช่วงปกติในบางคน
  • บำรุงสายตา ลดความเสียหายจากแสง มีข้อมูลระดับเซลล์ ที่พบว่าสารสกัดช่วยป้องกันความเสียหายจากแสงต่อดวงตา โดยเฉพาะในคนที่ใช้หน้าจอหรือเจอแสงบ่อย
  • ช่วยปรับสมดุลลำไส้ สารจากพืชในผลมีแนวโน้มช่วยเพิ่มแบคทีเรียดีในลำไส้ ทำให้ระบบย่อยและภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีขึ้น
  • อาจช่วยต้านมะเร็ง จากการทดลองในระดับเซลล์ พบว่าสารต้านอนุมูลอิสระในผล สามารถชะลอการแบ่งตัวของเซลล์ผิดปกติ และยับยั้งการเติบโตของก้อนเนื้อได้ในบางกรณี
  • ช่วยชะลอวัย และปกป้องผิวจากแสง UV มีข้อมูลว่าช่วยลดความเสียหายของเซลล์ผิวจากแสงแดด ซึ่งเป็นสาเหตุของริ้วรอยก่อนวัย
  • ช่วยเรื่องตาแห้ง เพิ่มการสร้างน้ำตา งานวิจัย 30 วัน ใน 13 คน ที่ใช้สารสกัดมากิเบอร์รี่ 30–60 mg ต่อวัน พบว่าการผลิตน้ำตาเพิ่มขึ้นประมาณ 50%
  • สามารถนำไปกินได้หลากหลายรูปแบบ แม้ผลสดจะหายาก แต่สามารถกินในรูปแบบผง น้ำผลไม้ หรือผสมในอาหารได้ง่าย

ที่มา: 10 Benefits and Uses of Maqui Berry (24 กรกฎาคม 2025) [2]

งานวิจัยเกี่ยวกับ Maqui Berry

Maqui Berry เป็นผลไม้ที่เด่นเรื่องสารต้านอนุมูลอิสระ โดยเฉพาะแอนโทไซยานิน และยังมีไฟเบอร์สูง 53.31 g ต่อ 100 g พร้อมพลังงานประมาณ 150 kcal จึงถูกมองว่าเป็นทั้งแหล่งสารอาหารและตัวช่วยดูแลสุขภาพในตัวเดียวกัน ในด้านการทดลองกับมนุษย์ มีการใช้สารสกัดที่มีแอนโทไซยานิน

ปริมาณ 162 mg วันละ 3 ครั้ง ต่อเนื่อง 4 สัปดาห์ และอีกการทดลองหนึ่ง ใช้ระยะเวลา 3 เดือนในกลุ่มตัวอย่าง 31 คน โดยพบว่ามีการเปลี่ยนแปลง ของค่าทางสุขภาพบางอย่าง เช่นไขมันในเลือดและระดับน้ำตาลดีขึ้น แต่ไม่ใช่ทุกตัวชี้วัดจะเปลี่ยนชัดเจน (9 มีนาคม 2024) [3]

ควรทาน Maqui Berry วันละเท่าไหร่?

โดยทั่วไปจากข้อมูลการทดลองมักใช้ Maqui Berry Extract ประมาณ 180 mg ต่อวัน และสามารถทานต่อเนื่องได้ราว 3 เดือน ซึ่งถือเป็นช่วงที่มีข้อมูลรองรับในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ปริมาณที่เหมาะสมจริงอาจแตกต่างกันไปตามแต่ละคน

ผลข้างเคียงจาก Maqui Berry คืออะไร?

ในคนทั่วไปโดยรวมถือว่าค่อนข้างปลอดภัย เมื่อใช้ในปริมาณที่แนะนำ อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติไม่ได้ปลอดภัยเสมอไป หากทานมากเกินไปหรือใช้ร่วมกับยาบางชนิด อาจเกิดผลกระทบได้ จึงควรระวังและสังเกตอาการของตัวเอง

Maqui Berry ควรทานร่วมกับอะไร?

สามารถทานร่วมกับอาหารที่มีไขมันดีเล็กน้อย เช่นถั่ว Avocado หรือโยเกิร์ต เพื่อช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารสำคัญได้ดีขึ้น รวมถึงสามารถทานคู่กับอาหารที่มี Vitamin C สูงเช่นผลไม้รสเปรี้ยว เพื่อเสริมฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ แต่ควรเน้นความสมดุลของอาหารโดยรวมเป็นหลัก

สรุปแล้ว สารสกัด Maqui Berry ช่วยอะไร

โดยภาพรวมแล้ว Maqui Berry Extract เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ สำหรับคนที่อยากดูแลสุขภาพโดยรวม เพราะมีจุดเด่นเรื่องสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยลดการอักเสบ และมีแนวโน้มส่งผลดีต่อหัวใจ ระดับน้ำตาล และระบบเผาผลาญในร่างกาย

ใครที่ควรทาน Maqui Berry เสริม?

เหมาะกับคนที่ต้องการดูแลสุขภาพโดยรวม เช่นคนที่ใช้สายตาหนัก เจอแสงหน้าจอเป็นประจำ คนที่อยากควบคุมระดับน้ำตาลหรือไขมันในเลือด รวมถึงคนที่ต้องการเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระให้ร่างกาย หรือดูแลเรื่องการอักเสบในระยะยาว

ใครที่ไม่ควรทาน Maqui Berry เสริม?

ควรหลีกเลี่ยงในกลุ่มที่มีโรคประจำตัวบางอย่าง ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร รวมถึงคนที่ทานยาประจำ โดยเฉพาะยาที่เกี่ยวข้องกับน้ำตาลหรือความดัน เพราะอาจเกิดผลกระทบร่วมกันได้ หากจำเป็นควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้งาน

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง