
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Silica ช่วยลดผมร่วง จริงไหม
- Fiona
- 18 views

Silica ช่วยลดผมร่วง จริงไหม อาจช่วยได้ โดยเฉพาะในเรื่องการดูแลโครงสร้างเส้นผม และหนังศีรษะ แต่ไม่ได้เป็นวิธีรักษาผมร่วงโดยตรง สำหรับทุกสาเหตุ Silica เป็นแร่ธาตุที่พบได้ตามธรรมชาติในอาหารหลายชนิด และมักถูกใช้ในด้านการดูแลเส้นผม ผิว และเล็บ
- Silica คืออะไร?
- อาหารอะไรบ้างที่มี Silica สูง?
- ประโยชน์ของ Silica
สารประกอบ Silica คืออะไร?
Silica คือสารประกอบของธาตุ silicon กับออกซิเจน มีชื่อทางเคมีว่า silicon dioxide (SiO₂) พบได้ทั่วไปในธรรมชาติ เช่นในทราย หิน ควอตซ์ น้ำ และพืชหลายชนิด ภายในร่างกายมนุษย์ ซิลิกาถูกมองว่าเกี่ยวข้องกับโครงสร้างของเนื้อเยื่อบางประเภท โดยเฉพาะ Collagen ผิว เส้นผม และเล็บ
จึงมักถูกนำมาใช้เป็นส่วนประกอบ ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หรือผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ อย่างไรก็ตาม บทบาทของซิลิกาต่อสุขภาพ ยังคงอยู่ในขั้นของการศึกษา ทางวิทยาศาสตร์ และหลักฐานบางส่วน ชี้ว่าอาจช่วยความแข็งแรง ของเนื้อเยื่อได้
พัฒนาการของ Silica ในอุตสาหกรรมสมัยใหม่
ในด้านพัฒนาการของการใช้ Silica (silicon dioxide) ในอุตสาหกรรม มีข้อมูลระบุว่าในปี 1999 การผลิตซิลิกาบางประเภท โดยเฉพาะซิลิกา ที่ได้จากกระบวนการตกตะกอนทางเคมี มีปริมาณการผลิตกว่าพันล้านกิโลกรัมต่อปี โดยถูกนำไปใช้เป็นวัตถุดิบสำคัญ ในอุตสาหกรรมวัสดุ
ซิลิกากลายเป็นวัตถุดิบอุตสาหกรรม ที่มีความต้องการสูง ในระดับโลก ต่อมาในปี 2013 หน่วยงานด้านความปลอดภัย แรงงานสหรัฐอเมริกา ได้ปรับมาตรฐาน การสัมผัสฝุ่นซิลิกา ในสถานที่ทำงาน โดยกำหนดค่าการสัมผัสใหม่ ที่ประมาณ 50 ไมโครกรัม ต่อลูกบาศก์เมตร ของอากาศ
เพื่อช่วยลดความเสี่ยง ของโรคที่เกิดจากการสูดดมฝุ่นซิลิกา เช่นโรคซิลิโคซิส และโรคปอดอื่นๆ มาตรการดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญ ของการควบคุมการใช้ และการสัมผัสซิลิกาในอุตสาหกรรมสมัยใหม่ เพื่อปกป้องสุขภาพ ของผู้ปฏิบัติงาน ที่เกี่ยวข้องกับวัสดุชนิดนี้ (14 มีนาคม 2026) [1]
งานวิจัย Silicon กับสุขภาพเส้นผม
งานวิจัยจำนวนหนึ่ง ได้ศึกษาความปลอดภัย และการดูดซึมของ silicon จากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในรูปแบบต่างๆ เช่น monomethyl silanetriol (MMST) และ choline-stabilized orthosilicic acid หรือ ch-OSA ตัวอย่างหนึ่งคือการศึกษาที่ดำเนินการในปี 2013 ซึ่งประเมินความปลอดภัยของ MMST
โดยให้อาสาสมัครหญิงสุขภาพดีจำนวน 22 คน รับประทาน silicon ในปริมาณสูงสุด 10.5 mg/Si/day ต่อเนื่องเป็นเวลา 4 สัปดาห์ ผลการประเมินพบว่าสารดังกล่าวสามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ และไม่พบปัญหาด้านความปลอดภัยภายใต้เงื่อนไขของการทดลอง
งานวิจัยพบว่าเส้นผมที่มีปริมาณ silicon สูงมักมีการหลุดร่วงน้อยกว่า อาจช่วย ให้เส้นผมแข็งแรงขึ้น และอาจทำให้ผมดูเงา สุขภาพดีขึ้น แต่ยังไม่มีหลักฐานชัดว่ารักษาผมร่วง หรือทำให้ผมงอกใหม่ได้โดยตรง นักวิชาการตั้งข้อสังเกตว่าควรมีการศึกษาที่ใช้ระยะเวลานานขึ้น (พฤษภาคม 2016) [2]
อาหารอะไรบ้างที่มี Silica สูง?

- ข้าวโอ๊ต มี Silica ประมาณ 10–15 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม
- ข้าวบาร์เลย์ มี Silica ประมาณ 10–12 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม
- ข้าวกล้อง มี Silica ประมาณ 4–9 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม
- ถั่วเขียว มี Silica ประมาณ 5–8 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม
- กล้วย มี Silica ประมาณ 4–6 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม
- ผักโขม มี Silica ประมาณ 3–5 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม
- แตงกวา มี Silica ประมาณ 2–4 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม
ประโยชน์ของ Silica ต่อร่างกาย
- ช่วยให้ เส้นผมแข็งแรงขึ้น ลดการเปราะขาด
- ช่วย เสริมการสร้างคอลลาเจน ให้ผิวและเนื้อเยื่อแข็งแรง
- ช่วยให้ ผิวดูยืดหยุ่น และสุขภาพดี
- ช่วยให้ เล็บแข็งแรง ลดเล็บเปราะ
- มีส่วนช่วย ดูแลกระดูก และเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน
Silica มีผลข้างเคียงหรือไม่?
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบางชนิด ที่สกัดจากพืช เช่น horsetail อาจพบอาการแพ้ เช่น ผื่นหรืออาการบวมบริเวณใบหน้า รวมถึงอาการระคายเคืองกระเพาะอาหาร นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 อาจเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำได้ จึงแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มใช้ (28 มีนาคม 2025) [3]
สรุปแล้ว Silica ช่วยลดผมร่วง จริงไหม
Silica เป็นสารประกอบของ silicon ที่พบได้ตามธรรมชาติ และมีบทบาทเกี่ยวกับโครงสร้างของผิว เส้นผม เล็บ และเนื้อเยื่อบางชนิด งานวิจัยบางส่วนชี้ว่าการได้รับ silicon ในรูปแบบที่ดูดซึมได้ดีช่วยเสริมความแข็งแรงของเส้นผม และลดการเปราะขาดของเส้นผมได้
Silica ควรได้รับปริมาณเท่าไหร่ต่อวัน?
จากข้อมูลด้านโภชนาการ พบว่าคนทั่วไปมักได้รับ Silica จากอาหารประมาณ 20–50 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งถือว่าเพียงพอ ต่อการทำงานของร่างกาย ในระดับปกติ อาหารที่มีซิลิกา มักพบในธัญพืชไม่ขัดสี ผัก และผลไม้บางชนิด ส่วนในรูปแบบอาหารเสริม มักอยู่ประมาณ 10 มิลลิกรัมต่อวัน
ไม่ควรทาน Silica กับอะไร?
โดยทั่วไปซิลิกา สามารถรับประทาน ร่วมกับอาหารได้ แต่ควรระมัดระวัง การใช้ร่วมกับยาบางชนิด โดยเฉพาะยา ที่เกี่ยวข้องกับการดูดซึมแร่ธาตุ หรือยาที่ต้องดูดซึม ผ่านทางเดินอาหาร เพราะซิลิกา อาจรบกวนการดูดซึม ของยาได้ในบางกรณี นอกจากนี้ผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้
- Tags: ความรู้ทั่วไป


