
ถาม-ตอบ VAR ฟุตบอล คืออะไร และข้อสงสัยที่พบบ่อย
- Spawn
- 78 views
VAR ฟุตบอล คืออะไร คำตอบคือ ผู้ช่วยผู้ตัดสินวิดีโอ (Video Assistant Referee) ที่ช่วยตรวจสอบเหตุการณ์สำคัญระหว่างการแข่งขันจากภาพวิดีโอ เพื่อลดความผิดพลาดในการตัดสินของผู้ตัดสินในสนาม โดย VAR จะเข้ามาช่วยเฉพาะกรณีที่เกิดความผิดพลาดอย่างชัดเจนหรือมีเหตุการณ์สำคัญที่อาจถูกตัดสินผิด
FAQ เกี่ยวกับ VAR ฟุตบอลที่หลายคนมักสงสัย
VAR กลายเป็นส่วนหนึ่งของฟุตบอลยุคใหม่ตั้งแต่ปี 2018 และถูกใช้ในหลายลีกรวมถึงการแข่งขันระดับนานาชาติ อย่างไรก็ตาม หลายคนยังเข้าใจผิดว่าระบบนี้สามารถตรวจสอบได้ทุกเหตุการณ์ หรือเป็นผู้ตัดสินแทนกรรมการในสนาม ต่อไปนี้คือคำถามที่ถูกค้นหาบ่อยเกี่ยวกับ VAR (1994-2026) [1]
VAR ใช้ตรวจเหตุการณ์ใดบ้าง?
VAR ใช้ตรวจสอบเหตุการณ์สำคัญ ได้แก่ การได้หรือไม่ได้ประตู การให้หรือไม่ให้จุดโทษ การให้ใบแดงโดยตรง และการระบุตัวผู้เล่นผิดในการลงโทษทางวินัย ซึ่งเป็นขอบเขตที่กำหนดไว้ใน VAR Protocol ของ IFAB จึงไม่สามารถเรียกใช้ VAR กับทุกจังหวะของเกมได้
ทำไมบางครั้งกรรมการไม่เรียกดู VAR?
ทุกเหตุการณ์สำคัญจะถูกตรวจสอบแบบ Silent Check อยู่แล้ว หากทีม VAR ไม่พบความผิดพลาดที่ชัดเจน เกมจะดำเนินต่อทันทีโดยไม่หยุดการแข่งขัน ผู้ชมจึงอาจไม่ทราบว่ามีการตรวจสอบเกิดขึ้น เพราะไม่ได้มีการเดินไปดูจอทุกครั้ง
ทำไมบางครั้งกรรมการต้องเดินไปดูจอข้างสนาม?
ผู้ตัดสินจะใช้การตรวจแบบ On-field Review (OFR) เมื่อเหตุการณ์นั้นต้องอาศัยการตีความ เช่น การฟาวล์ การแฮนด์บอล หรือการให้ใบแดง แต่หากเป็นข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้จากภาพ เช่น ตำแหน่งล้ำหน้า หรือจุดที่บอลออกนอกสนาม ผู้ตัดสินอาจรับข้อมูลจากทีม VAR ได้โดยไม่ต้องเดินไปดูจอ
VAR ใช้ในทุกการแข่งขันฟุตบอลหรือไม่?
ไม่ใช่ VAR จะใช้ได้เฉพาะการแข่งขันที่มีการติดตั้งระบบ กล้อง และอุปกรณ์ตามมาตรฐานที่ IFAB และผู้จัดการแข่งขันกำหนดเท่านั้น ทำให้บางลีกหรือการแข่งขันระดับสมัครเล่นยังไม่มีการใช้งาน VAR แม้ว่าจะใช้กติกาฟุตบอลฉบับเดียวกันก็ตาม
VAR กับ SAOT ต่างกันอย่างไร?
VAR คือทีมผู้ช่วยผู้ตัดสินวิดีโอ ส่วน SAOT (Semi-Automated Offside Technology) คือเทคโนโลยีที่ช่วยตรวจสอบจังหวะล้ำหน้า โดยระบบที่ FIFA ใช้ในฟุตบอลโลก 2022 ประกอบด้วยกล้องติดตามผู้เล่น 12 ตัว สามารถเก็บข้อมูลตำแหน่งร่างกายผู้เล่นได้ 29 จุด ด้วยความถี่ 50 ครั้งต่อวินาที ก่อนส่งข้อมูลให้ทีม VAR ตรวจสอบและแจ้งผู้ตัดสินอีกครั้ง (1994-2026) [2]
ความเข้าใจผิด vs ข้อเท็จจริง ที่พบเกี่ยวกับ VAR ฟุตบอล
แม้ VAR จะช่วยให้การตัดสินแม่นยำขึ้น แต่ก็ยังมีหลายเรื่องที่แฟนฟุตบอลเข้าใจคลาดเคลื่อน เพราะเห็นเพียงผลลัพธ์ของการตรวจสอบ โดยไม่ทราบหลักการทำงานตาม VAR Protocol
ความเข้าใจผิด: VAR ตรวจสอบทุกจังหวะของการแข่งขัน
ข้อเท็จจริง: VAR ตรวจเฉพาะเหตุการณ์สำคัญตาม VAR Protocol เท่านั้น จังหวะฟาวล์ทั่วไป การเตะมุม หรือการทุ่มบอล จะไม่ถูกเรียกตรวจ เว้นแต่เกี่ยวข้องกับหนึ่งในเหตุการณ์ที่กำหนด
ความเข้าใจผิด: VAR เป็นผู้ตัดสินแทนกรรมการในสนาม
ข้อเท็จจริง: VAR มีหน้าที่ช่วยตรวจสอบและให้คำแนะนำเท่านั้น ผู้ตัดสินในสนามยังเป็นผู้ตัดสินขั้นสุดท้าย และสามารถเลือกยืนยันหรือเปลี่ยนคำตัดสินเดิมได้ตามข้อมูลที่ได้รับ
ความเข้าใจผิด: หากมีการดู VAR คำตัดสินต้องเปลี่ยนเสมอ
ข้อเท็จจริง: การเรียกดู VAR ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเปลี่ยนคำตัดสิน ผู้ตัดสินอาจดูภาพรีเพลย์แล้วเห็นว่าคำตัดสินเดิมถูกต้อง จึงยืนยันคำตัดสินเดิมได้
ความเข้าใจผิด: VAR ใช้เฉพาะการตรวจล้ำหน้า
ข้อเท็จจริง: การตรวจล้ำหน้าด้วย VAR ยังคงพิจารณาตาม กฎล้ำหน้า เช่นเดียวกับการตัดสินในสนาม นอกจากนี้ VAR ยังใช้ตรวจสอบการได้ประตู จุดโทษ ใบแดงโดยตรง และการระบุตัวผู้เล่นผิดอีกด้วย โดยการตรวจล้ำหน้าในหลายรายการยังได้รับการสนับสนุนจากเทคโนโลยี SAOT เพื่อเพิ่มความแม่นยำ
ความเข้าใจผิด: VAR ทำให้เกมหยุดนานทุกครั้ง
ข้อเท็จจริง: เหตุการณ์ส่วนใหญ่จะถูกตรวจสอบแบบ Silent Check โดยไม่ต้องหยุดเกม มีเพียงกรณีที่พบความผิดพลาดชัดเจนหรือจำเป็นต้องให้ผู้ตัดสินพิจารณาภาพรีเพลย์ จึงจะมีการหยุดการแข่งขันเพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม
สรุป VAR ในกีฬาฟุตบอล คืออะไร?
VAR ในกีฬาฟุตบอล คือ ผู้ช่วยผู้ตัดสินวิดีโอที่ช่วยตรวจสอบเหตุการณ์สำคัญระหว่างการแข่งขัน เพื่อลดความผิดพลาดในการตัดสิน โดยตรวจสอบได้เฉพาะ 4 ประเภทของเหตุการณ์ ตาม VAR Protocol และยังคงให้ผู้ตัดสินในสนามเป็นผู้ตัดสินขั้นสุดท้าย การเข้าใจขอบเขตการทำงานของ VAR และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง เช่น SAOT จะช่วยให้เข้าใจเหตุผลของการตัดสินในเกมฟุตบอลได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
- Tags: กีฬา

