
Vitamin B7 ช่วยอะไร เกี่ยวกับร่างกายบ้าง?
- Fiona
- 27 views

Vitamin B7 ช่วยอะไร วิตามินบี 7 ช่วยบำรุงผม ผิว และเล็บ พร้อมทั้งมีบทบาทในการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย วิตามินชนิดนี้มักถูกพูดถึงบ่อยในเรื่องความงาม เพราะเกี่ยวข้องกับความแข็งแรงของเส้นผมและสุขภาพผิว บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับวิตามินชนิดนี้ให้มากขึ้น
- ประโยชน์ Vitamin B7
- อาหารที่มี Vitamin B7 สูง
- ปริมาณ Vitamin B7 ที่ควรได้รับต่อวัน
ประวัติ จุดเริ่มต้นของ Vitamin B7
Vitamin B7 หรือไบโอติน มีจุดเริ่มต้นจากในปี 1916 เมื่อ W. G. Bateman พบว่าการรับประทานไข่ขาวดิบในปริมาณมาก ทำให้เกิดอาการเป็นพิษในสัตว์ทดลอง ต่อมาในปี 1927 มีการทดลองที่แสดงให้เห็นว่ามาจากไข่ขาว ทำให้หนูเกิดความผิดปกติทางระบบประสาท ผมร่วง ผิวหนังอักเสบ
จนกระทั่งในปี 1936 Fritz Kögl และ Benno Tönnis สามารถแยกสารที่เกี่ยวข้องได้จากไข่แดงและตั้งชื่อว่าไบโอติน ขณะเดียวกัน Paul Gyorgy ซึ่งเริ่มศึกษาปัจจัยนี้ในปี 1933 ได้ระบุในปี 1939 ว่าสารดังกล่าวคือ Vitamin H และภายหลังพบว่าเป็นสารชนิดเดียวกันกับไบโอติน
ในปี 1940 มีการยอมรับว่าสารที่ถูกค้นพบหลายชื่อ คือสารเดียวกันและเรียกรวมว่า biotin ต่อมาในปี 1941 Gyorgy ตีพิมพ์ผลงานที่แสดงว่าอาการจากไข่ขาวเกิดจากโปรตีน avidin จับกับไบโอตินทำให้ร่างกายไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ ความเข้าใจเกี่ยวกับไบโอตินจึงก้าวหน้าไปอีกขั้น (24 กุมภาพันธ์ 2026) [1]
ประโยชน์ Vitamin B7 ช่วยอะไร?
- ช่วยกระบวนการเผาผลาญพลังงาน Vitamin B7 มีบทบาทในกระบวนการเปลี่ยนอาหารให้เป็นพลังงาน โดยเกี่ยวข้องกับเอนไซม์ที่ใช้ในการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน
- ดูแลสุขภาพผม ผิว และเล็บ ไบโอตินมีความเกี่ยวข้องกับโครงสร้างเคราติน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของเส้นผม ผิว และเล็บ
- สนับสนุนการทำงานของระบบประสาท ช่วยให้ระบบประสาททำงานได้ตามปกติ
- ช่วยคงสภาพผิวและเยื่อบุ มีส่วนช่วยให้เซลล์ผิวแข็งแรง และลดความเสี่ยงของผื่นผิวหนังที่เกี่ยวข้องกับการขาดไบโอติน
ภาวะขาด Vitamin B7 และอาการที่พบ
ภาวะขาดไบโอตินพบได้น้อย เนื่องจากคนส่วนใหญ่ มักได้รับเพียงพอจากการรับประทานอาหารที่หลากหลาย อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีภาวะติดแอลกอฮอล์ อาจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น เพราะแอลกอฮอล์สามารถขัดขวางการดูดซึมสารอาหาร และประมาณหนึ่งในสามของหญิงตั้งครรภ์มีภาวะขาดไบโอตินเล็กน้อย
อาการที่อาจเกิดขึ้นเมื่อขาดไบโอติน ได้แก่ผมบางลง ผื่นผิวหนังลอกเป็นขุยบริเวณรอบดวงตา จมูก และปาก รวมถึงเล็บเปราะแตกง่าย อาการเหล่านี้สะท้อนบทบาทของไบโอตินที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพของเส้นผม ผิวหนัง และเล็บโดยตรง (มีนาคม 2023) [2]
อาหารที่มี Vitamin B7 สูง ต่อ 100 กรัม

- ตับวัว ประมาณ 100 ไมโครกรัม เป็นแหล่ง Vitamin B7 ที่เข้มข้นจากธรรมชาติ และยังมี Vitamin A สูงอีกด้วย
- ไข่แดง ประมาณ 20–25 ไมโครกรัม แหล่ง Vitamin B7 ที่พบได้ทั่วไป แต่ควรปรุงสุก
- ถั่วลิสง ประมาณ 30–35 ไมโครกรัม ของว่างที่ให้ทั้ง Vitamin B7 และไขมันดี
- อัลมอนด์ ประมาณ 40 ไมโครกรัม ถั่วเปลือกแข็งที่มี Vitamin B7 ในปริมาณที่พอดี
- ปลาแซลมอน ประมาณ 5–6 ไมโครกรัม มาพร้อมกรดไขมันโอเมก้า 3
- เห็ด ประมาณ 15–20 ไมโครกรัม เป็นแหล่ง Vitamin B7 จากพืช
ปริมาณ Vitamin B7 ที่ควรได้รับต่อวัน
ปริมาณ Vitamin B7 หรือไบโอตินที่แนะนำในรูปแบบ แตกต่างตามช่วงวัย โดยทารกแรกเกิดถึง 6 เดือนควรได้รับวันละ 5 ไมโครกรัม และอายุ 7–12 เดือน 6 ไมโครกรัม เด็กอายุ 1–3 ปี 8 ไมโครกรัม อายุ 4–8 ปี 12 ไมโครกรัม และอายุ 9–13 ปี 20 ไมโครกรัม
สำหรับวัยรุ่นอายุ 14–18 ปี ควรได้รับ 25 ไมโครกรัม ส่วนผู้ที่ตั้งครรภ์ในช่วงวัยนี้ 30 ไมโครกรัม และให้นมบุตร 35 ไมโครกรัม ขณะที่ผู้ใหญ่อายุ 19 ปีขึ้นไป ควรได้รับวันละ 30 ไมโครกรัม โดยผู้ให้นมบุตรในวัยผู้ใหญ่ แนะนำที่ 35 ไมโครกรัมต่อวัน (10 มกราคม 2022) [3]
ถ้ากินอาหารเสริม Vitamin B7 จะช่วยอะไรผิว?
เมื่อรับประทาน Vitamin B7 ในรูปแบบอาหารเสริม จะช่วยสนับสนุนการทำงานของเซลล์ผิวจากภายใน เพราะไบโอตินเกี่ยวข้องกับกระบวนการสร้างพลังงานของเซลล์ ทำให้ผิวสามารถซ่อมแซมและฟื้นฟูตัวเองได้ดีขึ้น รวมถึงช่วยให้เล็บที่เปราะบางแข็งแรงขึ้น
สรุปแล้ว Vitamin B7 ช่วยอะไรผิว
Vitamin B7 หรือไบโอติน เป็นวิตามินที่มีบทบาทสำคัญต่อการเผาผลาญพลังงาน และเกี่ยวข้องโดยตรงกับสุขภาพของผม ผิว และเล็บ ไบโอตินจำเป็นต่อการทำงานของเซลล์ โดยเฉพาะเซลล์ผิวที่ต้องการพลังงานในการฟื้นฟูตัวเอง เมื่อขาดอาจมีอาการผมบาง ผื่นผิวหนัง และเล็บเปราะได้
ใครที่ควรทาน Vitamin B7 เสริม?
ผู้ที่มีภาวะขาดไบโอติน เช่นผมบางลง ผื่นผิวหนังรอบดวงตา จมูก ปาก หรือเล็บเปราะ อาจเสริมโดยควรรับคำแนะนำจากแพทย์ รวมถึงผู้ที่มีปัญหาการดูดซึมสารอาหาร หรือมีภาวะโภชนาการไม่เพียงพอ ก็ควรเสริมในปริมาณเหมาะสม
ใครที่ไม่ควรทาน Vitamin B7 เสริม?
ผู้ที่รับประทานอาหารหลากหลาย และได้รับไบโอตินเพียงพออยู่แล้ว โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องเสริมเพิ่มเติม การทานในปริมาณสูงโดยไม่จำเป็นอาจรบกวนผลตรวจบางชนิด ดังนั้นผู้ที่กำลังจะตรวจเลือด หรือมีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มเสริม Vitamin B7
- Tags: ความรู้ทั่วไป


