
แนะนำ น้ำหอมโทนกลิ่น Floral มีอะไรบ้าง
- Fiona
- 49 views
น้ำหอมโทนกลิ่น Floral มีอะไรบ้าง กลุ่มน้ำหอมนี้ได้แรงบันดาลใจจากกลิ่นของดอกไม้นานาชนิดเช่น Jasmine, Lily, Peony, Lavender, Cherry Blossom, Violet, Orange Blossom, Gardenia และ Lotus ซึ่งแต่ละกลิ่นมีเอกลักษณ์ และให้ความรู้สึกแตกต่างกัน
- น้ำหอมแนวกลิ่น Floral คืออะไร?
- น้ำหอมแนวกลิ่น Floral มีอะไรบ้าง?
- แนะนำน้ำหอมโทนกลิ่น Floral ที่น่าสนใจ
น้ำหอมแนวกลิ่น Floral คืออะไร?
น้ำหอมที่มีกลิ่นหอมจากดอกไม้เป็นเอกลักษณ์ โดยอาจใช้กลิ่นจากดอกไม้เพียงชนิดเดียว หรือผสมดอกไม้หลายชนิดเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างมิติของกลิ่นที่แตกต่างกันในแต่ละสูตร กลิ่นโทน Floral มักให้ความรู้สึกสดชื่น อ่อนโยน โรแมนติก และสง่างาม
จึงเป็นหนึ่งในโทนกลิ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในอุตสาหกรรมน้ำหอม และสามารถนำไปผสมกับโทนกลิ่นอื่นเช่น Fruity, Citrus, Woody หรือ Musk เพื่อสร้างเอกลักษณ์ที่หลากหลายยิ่งขึ้น
ที่มาของการนำเอาดอกไม้มาทำเป็นน้ำหอม
การนำดอกไม้มาทำน้ำหอมมีประวัติยาวนาน โดยผู้คนในหลายอารยธรรมใช้ดอกไม้และพืชหอมในพิธีกรรม การดูแลร่างกาย และการผลิตน้ำหอม ก่อนที่อุตสาหกรรมนี้จะเติบโตในยุโรปช่วง ศตวรรษที่ 15 การค้าเครื่องเทศและพืชหอมขยายตัวอย่างมาก
และในศตวรรษที่ 16 เมือง Grasse ประเทศฝรั่งเศส ได้พัฒนาเป็นศูนย์กลางการผลิตน้ำหอม พร้อมคิดค้นและพัฒนาเทคนิคการสกัดกลิ่นจากดอกไม้ ที่ถูกนำมาใช้ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ต่อมาในศตวรรษที่ 18 ความก้าวหน้าทางเคมี ช่วยให้การศึกษาสารหอมจากดอกไม้มีความละเอียดมากขึ้น
ก่อนที่งานวิจัยด้านชีวเคมีของกลิ่นดอกไม้จะ เริ่มต้นอย่างจริงจังในช่วงปี 1987 และมีการค้นพบเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างสารหอมจากดอกไม้เป็นครั้งแรกใน 1994 ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาองค์ความรู้ ที่ช่วยต่อยอดการสร้างน้ำหอมสมัยใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ (30 มีนาคม 2023) [1]
สารหอมในดอกไม้มีอะไรบ้าง?
สารหอมในดอกไม้ประกอบด้วยสารประกอบระเหยหลายชนิดที่ทำงานร่วมกัน จนเกิดเป็นกลิ่นเฉพาะตัวของดอกไม้แต่ละชนิด โดยงานวิจัยพบสารประกอบที่เกี่ยวข้องกับการทำน้ำหอมรวม 110 ชนิด ซึ่งสารที่พบได้บ่อย ได้แก่ Linalool, Limonene, 1,8-Cineole, Eugenol, Geraniol, Vanillin,
β-Caryophyllene, p-Cymene และ Farnesene รวมถึงสารอนุพันธ์ของสารเหล่านี้ สารแต่ละชนิดมีบทบาทในการสร้างมิติของกลิ่น ทั้งความสดชื่น ความหวาน ความนุ่มนวล เมื่อผสมกัน จึงทำให้ดอกไม้แต่ละชนิดมีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนกัน (พฤศจิกายน 2023) [2]
วิธีสกัดกลิ่นจากดอกไม้มีอะไรบ้าง?
- Steam Distillation ใช้ไอน้ำพาสารหอมออกจากดอกไม้ แล้วแยกน้ำมันหอมระเหยออกจากน้ำ เหมาะกับพืชและดอกไม้หลายชนิด จึงเป็นวิธีที่นิยมมากที่สุดในอุตสาหกรรมน้ำหอม
- Solvent Extraction ใช้ตัวทำละลายดึงสารหอมออกจากดอกไม้ที่บอบบางและไม่ทนความร้อน เช่นมะลิ ซ่อนกลิ่น และดอกส้ม ก่อนแยกตัวทำละลายออกเพื่อให้ได้สารสกัดเข้มข้น
- Enfleurage เป็นวิธีดั้งเดิมที่ใช้ไขมันดูดซับกลิ่นจากดอกไม้สด แล้วนำไขมันไปแยกกลิ่นหอมด้วยแอลกอฮอล์ เหมาะกับดอกไม้ที่สูญเสียกลิ่นได้ง่ายเมื่อโดนความร้อน เช่นมะลิ ซ่อนกลิ่น และดอกส้ม
- Supercritical CO₂ Extraction ใช้คาร์บอนไดออกไซด์ในสภาวะพิเศษเป็นตัวสกัด ช่วยรักษากลิ่นให้ใกล้เคียงธรรมชาติ ลดการตกค้างของตัวทำละลาย และให้สารสกัดคุณภาพสูง
- Cold Pressing นิยมใช้กับพืชตระกูลส้ม เช่นเปลือกส้ม มะนาวและ Bergamot เพื่อสกัดน้ำมันหอมระเหยโดยไม่ใช้ความร้อน ช่วยคงความสดของกลิ่นได้ดี ซึ่งในปี 2008 มีการผลิตน้ำมันหอมระเหยจากส้มประมาณ 51,000 เมตริกตัน และจากเลมอนกว่า 9,200 เมตริกตัน
- Microwave-Assisted Extraction / SFME ใช้คลื่นไมโครเวฟช่วยให้สารหอมออกจากพืชได้เร็วขึ้น ลดระยะเวลาและใช้พลังงานน้อยกว่าวิธีการกลั่นแบบดั้งเดิม
- Ultrasound-Assisted Extraction ใช้คลื่นเสียงความถี่สูงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดึงสารหอมจากดอกไม้และพืช ทำให้สกัดได้รวดเร็วและใช้ตัวทำละลายน้อยลง
ที่มา: Fleeting Beauty The World of Plant Fragrances and Their Application (23 เมษายน 2021) [3]
น้ำหอมแนวกลิ่น Floral มีอะไรบ้าง?
- กลิ่น Jasmine ให้ความรู้สึก หอมหวาน เข้มข้น ให้ความรู้สึกหรูหรา โรแมนติก และเย้ายวน
- กลิ่น Lily ให้ความรู้สึก หอมสะอาด นุ่มนวล สดชื่น ให้ความรู้สึกสงบและสง่างาม
- กลิ่น Peony ให้ความรู้สึก หอมหวานละมุน สดใส ให้ความรู้สึกอ่อนโยนและเป็นธรรมชาติ
- กลิ่น Lavender ให้ความรู้สึก หอมสมุนไพรอ่อนๆ ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย สงบ และสบายใจ
- กลิ่น Cherry Blossom ให้ความรู้สึก หอมบางเบา สดชื่น ให้ความรู้สึกอ่อนหวานและสดใส
- กลิ่น Violet ให้ความรู้สึก หอมแบบ Powdery นุ่มละมุน ให้ความรู้สึกอบอุ่นและคลาสสิก
- กลิ่น Orange Blossom ให้ความรู้สึก หอมหวานปนสดชื่น ให้ความรู้สึกสะอาด อ่อนโยน และมีชีวิตชีวา
- กลิ่น Gardenia ให้ความรู้สึก หอมหวาน Creamy เข้มข้น ให้ความรู้สึกหรูหราและโรแมนติก
- กลิ่น Lotus ให้ความรู้สึก หอมสะอาด นุ่มนวล สดชื่น ให้ความรู้สึกสงบ ผ่อนคลาย และบริสุทธิ์
- กลิ่น Rose ให้ความรู้สึก หอมหวาน นุ่มนวล Romantic หรูหรา
แนะนำน้ำหอมโทนกลิ่น Floral ที่น่าสนใจ
- Chanel Chance Eau Tendre น้ำหอมโทน Floral Fruity ที่ให้กลิ่นดอกไม้นุ่มละมุน ผสานความสดชื่นของผลไม้ ให้ความรู้สึกอ่อนหวาน สดใส และใช้งานได้ทุกวัน
- Dior J’adore Eau de Parfum โดดเด่นด้วยการผสมผสานดอกไม้นานาชนิด ให้กลิ่นหรูหรา อ่อนโยน และสง่างาม เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบน้ำหอมสไตล์ผู้หญิงคลาสสิก
- Gucci Bloom Eau de Parfum น้ำหอมที่เน้นกลิ่นดอกไม้สีขาวอย่าง Jasmine และ Tuberose ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางสวนดอกไม้ กลิ่นหวานละมุนและเป็นธรรมชาติ
สรุปแล้ว น้ำหอมโทนกลิ่น Floral มีอะไรบ้าง
น้ำหอมโทนกลิ่น Floral เป็นหนึ่งในโทนกลิ่นที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน เพราะมอบความหอมที่อ่อนโยน สดชื่น และมีเอกลักษณ์จากดอกไม้นานาชนิด ไม่ว่าจะเป็น Jasmine, Lily, Peony, Lavender, Cherry Blossom, Violet, Orange Blossom, Gardenia หรือ Lotus แต่ละกลิ่นให้อารมณ์ที่แตกต่างกัน
น้ำหอมโทนกลิ่น Floral เหมาะกับใคร?
น้ำหอมโทนกลิ่น Floral เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบกลิ่นหอมของดอกไม้และต้องการลุคที่ดูอ่อนโยน สดชื่น และเป็นมิตร สามารถใช้ได้ทุกเพศและทุกวัย โดยเฉพาะผู้ที่ชอบกลิ่นสะอาด นุ่มนวล หรือโรแมนติก เพราะโทน Floral มีให้เลือกตั้งแต่กลิ่นบางเบาสดใสไปจนถึงกลิ่นหวานหรู
น้ำหอมโทนกลิ่น Floral เหมาะกับโอกาสไหน?
น้ำหอมโทนกลิ่น Floral เหมาะกับการใช้งานได้แทบทุกโอกาส ไม่ว่าจะเป็นวันทำงาน การเรียน การออกเดต งานเลี้ยง หรือโอกาสพิเศษต่างๆ โดยกลิ่นดอกไม้จะช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้ดูสะอาด สุภาพ และน่าประทับใจ หากเลือกกลิ่น Floral ที่บางเบาจะเหมาะกับการใช้ในชีวิตประจำวัน
- Tags: ความรู้ทั่วไป


